รู้จัก Heat Map เครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าบนโลกออนไลน์
SEO

รู้จัก Heat Map เครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าบนโลกออนไลน์

Fonthip Ward

สรุปบล็อกนี้

Key Takeaways

  • Heat Map คือเครื่องมือที่แสดงพฤติกรรมของผู้ใช้บนหน้าเว็บด้วยสี เช่น จุดที่คลิก จุดที่เลื่อนผ่าน และจุดที่ให้ความสนใจ
  • สีโทนร้อน เช่น แดงและส้ม แสดงบริเวณที่ผู้ใช้สนใจมาก ส่วนสีโทนเย็นแสดงบริเวณที่ได้รับความสนใจน้อย
  • Heat Map ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ ปรับการออกแบบหน้าเว็บ และเพิ่ม Conversion
  • เครื่องมือที่แนะนำ ได้แก่ Microsoft Clarity (ใช้ฟรี), Hotjar และ Ptengine

เวลาทำเว็บไซต์ใด ๆ ขึ้นมาก็ตามหนึ่งในสิ่งที่เจ้าของเว็บคงอยากรู้มากที่สุดคงหนีไม่พ้น บรรดาผู้เยี่ยมชมทั้งหลายเข้ามาทำอะไรบนหน้าเว็บไซต์ของเราบ้าง เพื่อจะได้มีการปรับปรุงแนวทางให้เหมาะกับพฤติกรรม ช่วยเพิ่มโอกาสในการเปลี่ยนจากผู้เยี่ยมชมสู่ลูกค้าได้อย่างที่คาดหวัง นี่จึงเป็นที่มาของเครื่องมือในชื่อ Heat Map ดังนั้น บทความนี้ เราจึงพาไปรู้จักกับ Heat Map มาหาคำตอบพร้อม ๆ กันได้เลยค่ะ

Heat Map คืออะไร?

HEAT MAP คืออะไร?

Heat Map หรือ Heat Map Analysis คือ เครื่องมือชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ในการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ที่เข้ามาชมหน้าเว็บไซต์ จากนั้นจึงทำการแสดงผลผ่านรูปแบบ Capture Picture หรือการแคปเจอร์รูปภาพของหน้าเว็บไซต์ แบ่งออกเป็นระดับสีต่าง ๆ จากโทนเย็นไปสู่โทนร้อนเพื่อบ่งบอกจุดที่ผู้คนให้ความสนใจหรือมี Engagement บนเว็บไซต์มากที่สุด

ดังนั้น หากจะบอกว่า Heat Map คือ เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยเพื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์เพื่อให้คนทำเว็บไซต์เข้าใจพฤติกรรมของผู้คนมากขึ้นก็คงไม่ผิดนัก ตัวอย่างเช่น แถบด้านบนเมื่อคนเข้ามาแล้วชอบกดไปยังปุ่มไหนมากที่สุด ตรงหน้า Homepage คนมักหยุดอยู่ตรงไหนนานที่สุด

Capture ของภาพที่ออกมาหากบริเวณไหนมีสีโทนร้อนนั่นแสดงถึงความนิยมที่คนมักใช้งานกันเยอะ ในอีกมุมหนึ่งหากบริเวณใดเป็นสีโทนเย็นเท่ากับคนไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าใดนัก

Heat Map มีการเก็บข้อมูลอย่างไร

HEAT MAP คืออะไร?

รูปแบบการเก็บข้อมูลของ Heat Map จะขึ้นอยู่กับประเภทของอุปกรณ์ที่ผู้เยี่ยมชมกดเข้ามาบนหน้าเว็บของคุณ เช่น หากเป็นคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก ทั่วไป ก็จะใช้จำนวนการคลิกเมาส์จากปุ่มต่าง ๆ บนหน้าเว็บ หรือการเลื่อนเมาส์ (Mouse Cursor) ว่ามีการเคลื่อนที่จากบริเวณไหนของเว็บมากที่สุด ส่วนคนที่เข้าผ่านสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ก็จะมีการเก็บข้อมูลจากบริเวณที่ผู้เยี่ยมชมมักเลื่อนนิ้วสัมผัสหรือกดไปโดนนั่นเองค่ะ ซึ่งถ้าแบ่งตามลักษณะของการเก็บข้อมูลก็แยกออกได้ 3 แบบ ดังนี้

  • Scroll Maps หมายถึง การเลื่อนดูตามจุดต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์
  • Move Maps หมายถึง การเลื่อนเมาส์ หรือ Mouse Cursor มีการเคลื่อนไหวบนหน้าเว็บไซต์
  • Click Maps หมายถึง การคลิกหรือกดเข้าไปตามปุ่มต่าง ๆ บนหน้าเว็บไซต์

ประโยชน์ของ Heat Map มีมากกว่าที่คิด

HEAT MAP คืออะไร?

  • ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมของผู้ใช้งานเว็บไซต์

หากเทียบแล้ว Heat Map Analysis ก็คล้ายกับพนักงานที่คอยจับตาดูพฤติกรรมของผู้คนแต่จะทำหน้าที่ศึกษาพฤติกรรมของคนที่เข้ามาเยี่ยมชมบนหน้าเว็บไซต์ของคุณว่าเขามักทำอะไร อยู่หน้าไหนบ่อย ๆ ชอบกดเลื่อนดูตรงไหน หยุดอยู่ที่จุดใด ฯลฯ

  • ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ (Improve UX/UI)

บางครั้งผู้ใช้เกิดความสับสน เช่น คิดว่ารูปภาพหนึ่งคือปุ่มกดจึงพยายามคลิกซ้ำๆ (Rage Clicks) ข้อมูลจาก Heat Map จะฟ้องจุดบกพร่องเหล่านี้ เพื่อให้คุณนำไปปรับปรุง Design ให้ใช้งานง่ายขึ้น และลดอัตราการออกจากเว็บไซต์ (Bounce Rate)

  • ปรับปรุงเว็บไซต์ให้เหมาะกับการใช้งาน

เมื่อรู้ข้อมูลพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์แล้วว่าชื่นชอบการใช้งานแบบไหนบ้างก็สามารถปรับเนื้อหา รูปแบบต่าง ๆ ของเว็บไซต์เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานเหล่านั้นได้เลยค่ะ เช่น ปรับปุ่ม CTA (Call-to-Action) ให้อยู่ในจุดโทนสีเข้มจัด เพิ่มโอกาสในการเป็นลูกค้า

แนะนำเครื่องมือ Heat Map Analytics

Microsoft Clarity

HEAT MAP คืออะไร?

เครื่องมือ Heat Map Analytics แบบใช้งานฟรีจากทาง Microsoft ที่ช่วยในการวิเคราะห์และตรวจสอบประสิทธิภาพของเว็บไซต์ มีฟีเจอร์ Recording ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าชมเว็บไซต์ ทำให้เราทราบว่าผู้ใช้ทำอะไรบนเว็บไซต์รวมถึงเวลาที่เข้าชม อุปกรณ์และหน้าเว็บไซต์ที่เข้า และยังมีระบบ Advance Filter ที่ช่วยกรองข้อมูลได้อย่างละเอียดอีกด้วย

Hotjar

HEAT MAP คืออะไร?

เครื่องมือทำ Heat Map Analysis ที่ได้รับความนิยม ครบถ้วนครอบคลุมทุกสิ่งที่เจ้าของเว็บต้องการ ใช้งานง่ายมาก แยกดูผลตามลักษณะการใช้งานของผู้เยี่ยมชมได้ และยังมีฟีเจอร์ Recording เพื่อดูพฤติกรรมการใช้ตั้งแต่เริ่มต้นจนออกจากเว็บ

Ptengine

HEAT MAP คืออะไร?

โดดเด่นไม่แพ้กับ 2 เครื่องมือแรก พร้อมด้วยฟีเจอร์การเปรียบเทียบผลของ Heat Map ถึง 2 เวอร์ชั่น ช่วยเพิ่มข้อมูลสำหรับตัดสินใจว่าจะเลือกใช้แบบไหนให้โดนใจผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์มากที่สุด

สีของ Heat Map บ่งบอกข้อมูลการใช้งาน

HEAT MAP คืออะไร?

ตามที่เรากล่าวไว้ว่า การเก็บข้อมูลของ Heat Map จะแบ่งออกเป็นสีต่าง ๆ ไล่ตั้งแต่โทนเย็นไปจนถึงโทนร้อน ซึ่งสามารถแยกตามเปอร์เซ็นต์การใช้งานพื้นที่บนหน้าเว็บได้ดังนี้

 สีเทา (Gray) = 0 – 2.5%

         สีน้ำเงิน (Blue) = 2.5 – 12.5%

         สีน้ำเงินอมเขียว (Teal) = 12.5 – 30%

         สีเขียว (Green) = 30 – 50%

         สีเหลือง (Yellow) = 50 – 70%

         สีส้ม (Orange) = 70 – 90%

         สีแดง (Red) = 90 – 100%

บทส่งท้าย

จบลงไปแล้ว สำหรับบทความ Heat Map ที่เรานำมาฝากให้กับผู้อ่านทุกท่าน นี่คือข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับ Heat Map ซึ่งเป็นอีกเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้งานกันเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยยุคนี้การทำเว็บไซต์ไม่ใช่แค่เป็นหน้าตาของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังต้องพยายามหาวิธีเพื่อให้ผู้เยี่ยมชมหรือกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนเป็นลูกค้าให้จงได้ Heat Map จึงเข้ามามีส่วนร่วมและถือเป็นตัวช่วยชั้นยอดเพื่อการปรับเว็บไซต์ของตนเองให้เหมาะกับพฤติกรรมของผู้คนมากที่สุดค่ะ

สุดท้ายนี้ เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ Heat Map ทั้งนี้สำหรับใครที่มีเว็บไซต์ธุรกิจอยู่แล้ว และต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google ทางเอเจนซี่ SEO Search Studio ของเรา มีบริการรับทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกบน Google ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาในการศึกษาข้อมูลให้เสียเวลา รับรองได้เลยว่าเว็บธุรกิจของคุณ สามารถเพิ่มยอดขายได้มากยิ่งขึ้น และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้อย่างกว้างขวาง สามารถติดต่อทีมงานของเราได้ที่ admin@searchstudio.co.th ได้เลย

Frequently Asked
Questions

Book your call
Heat Map คืออะไร?

Heat Map คือเครื่องมือวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้เข้าชมเว็บไซต์ แสดงผลเป็นภาพหน้าเว็บที่ไล่สีจากโทนเย็นไปโทนร้อน เพื่อบอกจุดที่ผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด

Heat Map เก็บข้อมูลอะไรบ้าง?

เช่น Scroll Maps (การเลื่อนหน้าเว็บ), Move Maps (การเคลื่อนเมาส์) และ Click Maps (การคลิกปุ่มต่าง ๆ บนหน้าเว็บ)

สีของ Heat Map บอกอะไร?

สียิ่งร้อนยิ่งมีคนสนใจมาก ไล่จากสีเทา (0–2.5%) น้ำเงิน เขียวอมฟ้า เขียว เหลือง ส้ม ไปจนถึงสีแดง (90–100%) ซึ่งเป็นจุดที่มีการใช้งานมากที่สุด

เครื่องมือ Heat Map มีอะไรบ้าง?

เช่น Microsoft Clarity ที่ใช้งานฟรี, Hotjar ที่ได้รับความนิยมและครบถ้วน และ Ptengine ที่เปรียบเทียบผล Heat Map ได้ 2 เวอร์ชัน

Heat Map มีประโยชน์อย่างไร?

ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้งาน ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ (UX/UI) และปรับเว็บไซต์ให้เหมาะกับการใช้งานมากขึ้น

Fonthip Ward

Fonthip Ward

Founder

ฝนเป็นผู้ก่อตั้ง Search Studio มีประสบการณ์ด้าน SEO มากกว่า 14 ปี เริ่มต้นจากการทำงานเบื้องหลังให้กับเอเจนซี่การตลาดในออสเตรเลีย ก่อนจะเปิด Search Studio ของตัวเอง ปัจจุบันฝนดูแล Search Studio ทั้งในไทยและออสเตรเลีย และได้ร่วมงานกับธุรกิจมาแล้วกว่า 300 แห่ง ฝนเชื่อในการให้คำแนะนำที่ตรงไปตรงมา การเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป และการทำ SEO อย่างถูกวิธี เพื่อให้ลูกค้าถูกค้นเจอทั้งบน Google และ AI Search ได้ในระยะยาว

Other Posts

ช่วยให้ธุรกิจของคุณถูกค้นเจอบน
Google และ AI Search

สร้างการเติบโตจากการค้นหา ด้วยกลยุทธ์ SEO ที่ออกแบบมาเพื่อทั้ง Google และ AI Search

รับคำปรึกษาฟรี