website or eCommerce platform
ECOMMERCE

ทำเว็บไซต์ของตัวเองหรือขายของบน eCommerce Platform ดีกว่า?

Jutamas Lampech

สรุปบล็อกนี้

Key Takeaways

  • มีสองทางเลือกในการขายของออนไลน์ คือสร้างเว็บไซต์ e-Commerce ของตัวเอง หรือขายผ่าน e-Commerce Platform อย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop
  • เว็บไซต์ของตัวเองให้อิสระในการออกแบบและสร้างแบรนด์ แต่มีขั้นตอนซับซ้อน ต้องใช้ความรู้ด้านไอที และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
  • e-Commerce Platform เป็นร้านค้าสำเร็จรูปที่เริ่มต้นได้ง่ายโดยไม่ต้องมีทักษะไอที และเข้าถึงลูกค้าที่ใช้งานแพลตฟอร์มอยู่แล้ว
  • ควรเลือกตามความต้องการ งบประมาณ และเป้าหมายของธุรกิจ หรือใช้ทั้งสองช่องทางร่วมกันเพื่อขยายฐานลูกค้า

มีใครเคยสงสัยหรือไม่ว่า e-Commerce คืออะไร? และ e-Commerce Platform คืออะไร? จริงๆ แล้ว ยุคปัจจุบันถือเป็นยุคสมัยที่มีธุรกิจขายออนไลน์เยอะมากที่สุด ซึ่งมักจะนิยมขายกันตาม Platform ต่าง ๆ เช่น Shopee Lazada TikTok Shop เป็นต้น หรือบางธุรกิจก็เน้นขายในเว็บ eCommerce โดยจะออกแบบเว็บไซต์เป็นของตัวเอง เปรียบเสมือนมีหน้าร้านอยู่บนโลกออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ภายในบทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักว่า ทำเว็บไซต์ตัวเองหรือขายของบน e-Commerce Platform แบบไหนจะดีกว่ากัน รวมถึงแนะนำความหมายของ e-Commerce ให้คุณทราบด้วยเช่นกัน ดังนั้น เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เราไปติดตามบทความพร้อมๆ กันเลย

e-Commerce คืออะไร

e-Commerce หรือ อีคอมเมิร์ซ คือการซื้อขายสินค้าและบริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (ขายของออนไลน์) โดยเกิดขึ้นในรูปแบบของเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยการทำธุรกิจรูปแบบนี้ จะทำให้ผู้ขายหรือเจ้าของธุรกิจ สามารถขยายช่องทางการขายไปถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังช่วยทำให้ผู้ที่ใช้สินค้าและบริการ ได้รับอำนวยความสะดวก ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปซื้อของนอกบ้านอีกด้วย

website or eCommerce platform

เว็บไซต์ e-Commerce คืออะไร

เว็บไซต์ e-Commerce คือ เว็บไซต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เจ้าของธุรกิจ ขายสินค้าและบริการในรูปแบบออนไลน์ โดยภายในเว็บไซต์จะแสดงถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของสินค้า เช่น รูปภาพ ราคา คำอธิบาย รีวิว และอื่น ๆ นอกจากนี้จะมีฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ที่เข้ามายังเว็บไซต์ เช่น ระบบเพิ่มสินค้าลงตะกร้า ระบบชำระเงิน การติดตามคำสั่งซื้อ แสดงจำนวนสินค้าแบบ Real-Time เป็นต้น

การสร้างเว็บไซต์ eCommerce ของตัวเอง

การสร้างเว็บไซต์ e-Commerce เป็นของตัวเอง อาจจะมีกระบวนการสร้างที่ซับซ้อน และจำเป็นต้องใช้ความรู้ด้านไอทีอยู่พอสมควร อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายในราคาที่สูงด้วย เพราะหากคุณไม่มีความรู้ด้านไอที จำเป็นต้องจ้างคนจากภายนอก เพื่อให้มาทำเว็บ eCommerce ของตัวเอง รวมไปถึงต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำ e-Commerce SEO อีกด้วย เรียกได้ว่า ถ้าไม่มีความรู้ด้านไอที การสร้างเว็บอีคอมเมิร์ซเป็นของตัวเอง อาจจะไม่ใช่เรื่องที่น่าลงทุนเท่าที่ควร

e-Commerce Platform คืออะไร

e-Commerce Platform คือ เว็บไซต์ e-Commerce สำเร็จรูป ช่วยให้ผู้ประกอบการหรือผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ มีร้านค้าเป็นของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะด้านไอที ซึ่ง e-Commerce Platform ในไทยที่มีผู้ประกอบการลงขายสินค้าออนไลน์ เช่น Lazada, Shopee, Kaidee และอื่น ๆ ส่วน e-Commerce Platform ต่างประเทศที่นิยมซื้อขายกันมากที่สุด เช่น Taobao, Amazon, eBay เป็นต้น ทั้งนี้แต่ละแพลตฟอร์มจะมีความเป็นสากลหรือใช้ได้ในหลายประเทศอีกด้วย

website or eCommerce platform

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย

การตัดสินใจระหว่างการสร้างเว็บไซต์ของตัวเองหรือการขายสินค้าผ่าน e-Commerce Platform มีความสำคัญในการเริ่มต้นขายของออนไลน์ หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มช่องทางในการขายให้กว้างขึ้น ดังนั้นเราจะมาเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสีย เพื่อให้คุณนำข้อมูลไปตัดสินใจได้ราบรื่นยิ่งขึ้น

การมีเว็บไซต์ e-Commerce ของตัวเอง

ข้อดี

  • ความยืดหยุ่น: เนื่องจากการสร้างเว็บไซต์ eCommerce ของตัวเอง สามารถควบคุมและปรับแต่งได้อย่างอิสระ เช่น กำหนดราคา การแสดงผลสินค้า จัดหมวดหมู่ และรูปแบบการจำหน่ายสินค้า เป็นต้น หรือจะเพิ่มโปรโมชัน ส่วนลด สะสมคะแนน ก็ได้เช่นกัน
  • ระบบชำระเงิน: การมีเว็บไซต์ของตัวเอง ทำให้คุณสามารถเลือกระบบการชำระเงินได้หลากหลาย ทั้งการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต, QR Code, โอนเงินผ่านบัญชี หรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง
  • e-Commerce SEO: เมื่อคุณสร้างเว็บไซต์ร้านค้าเป็นของตัวเอง จะช่วยให้คุณจัดทำ SEO ให้กับสินค้าและบริการได้อย่างเต็มที่ ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้สินค้าและบริการ ติดอันดับต้น ๆ ในหน้าเครื่องมือค้นหาอย่าง Google ได้นั่นเอง
  • มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว: สามารถออกแบบหรือตกแต่งเว็บไซต์ได้ตามที่ต้องการ หรือรูปแบบการจัดวางสินค้าให้เหมาะสมกับสไตล์ของคุณ ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น
  • เชื่อมต่อกับ Social Media: ทำให้ร้านค้าของคุณเชื่อมต่อ Social Media ได้โดยตรง ไม่ผิดกฎหรือข้อกำหนดต่าง ๆ

ข้อเสีย

  • ต้นทุนสูง: หากคุณไม่มีความรู้ด้านไอทีเลย หรือการเขียนโค้ด จำเป็นต้องจ้างบริการบุคคลภายนอก ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร และต้องจ้างคนมาดูแลเว็บไซต์ให้คุณอีกด้วย
  • ด้านความปลอดภัย: การทำธุรกรรมบนเว็บไซต์มีความเสี่ยง ซึ่งถ้าเกิดข้อผิดพลาด คุณต้องแสดงความรับผิดชอบ และต้องมั่นใจว่าข้อมูลของลูกค้าจะไม่รั่วไหล
  • การเติบโตในตลาด: แน่นอนว่าการที่มีเว็บไซต์ของตัวเอง จะไม่ได้รับการสนับสนุนจาก Platform ใด ๆ เลย ต้องทำการตลาดด้วยตนเอง และตลาดก็มีการแข่งขันค่อนข้างสูงเช่นกัน

website or eCommerce platform

ขายสินค้าผ่าน e-Commerce Platform

ข้อดี

  • ความสะดวก: ไม่ต้องมีความรู้ด้านไอทีหรือทักษะการเขียนโค้ด ก็สามารถวางขายสินค้าออนไลน์ได้ทันที เพราะภายในมีระบบที่ครอบคลุม ทั้งจัดการสินค้า ราคา ระบบจัดส่ง และการตั้งค่าในส่วนอื่น ๆ
  • จัดการคำสั่งซื้อ: คำสั่งซื้อและข้อมูลลูกค้า จะถูกจัดเก็บได้อย่างเป็นระบบ ทำให้การจัดการธุรกิจมีความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ปรับตัวในตลาดได้อิสระ: สามารถเรียกดูสินค้าของคู่แข่ง เพื่อให้ร้านค้าปรับตัวหรือกลยุทธ์ทางการตลาดได้อิสระ
  • ระบบสนับสนุน: ภายใน e-Commerce Platform จะมีทีมงานหรือเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษา และให้คำแนะนำการแก้ปัญหาต่าง ๆ ทำให้คุณขายสินค้าได้อย่างราบรื่น
  • ขยายกลุ่มลูกค้า: บางแพลตฟอร์มสามารถเข้าถึงกลุ่มตลาดได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ข้อเสีย

  • ค่าธรรมเนียมและค่าบริการ: เนื่องจาก e-Commerce Platform ให้คุณวางขายสินค้าได้ฟรี แต่จะเก็บค่าธรรมเนียมและค่าบริการ ทำให้คุณมีต้นทุนการขายสินค้าเพิ่มขึ้น
  • การเข้าถึงลูกค้า: e-Commerce Platform จะจำกัดการเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ทำให้ต้องใช้เครื่องมือภายในแพลตฟอร์มมาทำการตลาด เช่น การยิงโฆษณา (มีค่าใช้จ่าย) หรือ Affiliate Link เป็นต้น
  • จำกัดการปรับแต่ง: แพลตฟอร์มจะจำกัดรูปแบบการปรับแต่งร้านค้า ทำให้ร้านดูไม่โดดเด่นหรือเป็นเอกลักษณ์ได้ยาก

website or eCommerce platform

บทสรุป

สำหรับใครที่เกิดคำถามว่า ทำเว็บไซต์ตัวเองหรือขายของบน e-Commerce Platform ดีกว่า? เราขอแนะนำให้คุณพิจารณาความต้องการอย่างละเอียด ซึ่งนำข้อมูลการเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของทั้ง 2 ตัวเลือก เพื่อให้คุณตัดสินใจที่จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

โดยทำเว็บไซต์ตัวเอง จะมีเสรีภาพในการปรับแต่ง Branding ได้อย่างเต็มที่ แต่จะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับข้อมูลของลูกค้าและระบบชำระเงิน อีกทั้งต้องสร้างความไว้วางใจและความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้า

ส่วน e-Commerce Platform ใช้งานง่าย มีระบบที่ครอบคลุม แสดงค่าธรรมเนียมและค่าบริการชัดเจน แต่มีข้อจำกัดในการปรับแต่ง และการเข้าถึงข้อมูลลูกค้านั่นเอง ดังนั้นคุณสามารถเลือกใช้ e-Commerce ได้ตามที่ต้องการได้เลย!

Frequently Asked
Questions

Book your call
ทำเว็บไซต์ของตัวเองหรือขายบน e-Commerce Platform ดีกว่ากัน?

ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและงบประมาณ เว็บไซต์ของตัวเองให้อิสระในการสร้างแบรนด์และปรับแต่ง ส่วน e-Commerce Platform เริ่มต้นได้เร็วและเข้าถึงลูกค้าที่ใช้แพลตฟอร์มอยู่แล้ว หลายธุรกิจจึงเลือกใช้ทั้งสองช่องทางร่วมกัน

e-Commerce Platform คืออะไร?

e-Commerce Platform คือร้านค้าออนไลน์สำเร็จรูป ที่ให้ผู้ขายเปิดร้านได้โดยไม่ต้องมีทักษะด้านไอที เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และ Kaidee

ข้อเสียของการขายบน Shopee หรือ Lazada มีอะไรบ้าง?

แพลตฟอร์มมักเก็บค่าธรรมเนียมและค่าบริการจากยอดขาย มีการแข่งขันด้านราคาสูง และปรับแต่งหน้าร้านหรือสร้างแบรนด์ได้จำกัดกว่าการมีเว็บไซต์ของตัวเอง

การมีเว็บไซต์ e-Commerce ของตัวเองมีข้อดีอย่างไร?

ควบคุมและปรับแต่งได้อิสระ สร้างแบรนด์ได้เต็มที่ เป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้าเอง และไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม แต่ต้องลงทุนเรื่องการพัฒนาและการทำการตลาดเพื่อดึงคนเข้าเว็บ

Jutamas Lampech

Jutamas Lampech

Outreach Specialist

เมย์เป็น Outreach Specialist ที่ Search Studio มา 4 ปี ชอบแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับ SEO การตลาดดิจิทัล และสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานมาเขียนเป็นคอนเทนต์ที่อ่านง่ายและนำไปใช้ได้จริง

Other Posts

ช่วยให้ธุรกิจของคุณถูกค้นเจอบน
Google และ AI Search

สร้างการเติบโตจากการค้นหา ด้วยกลยุทธ์ SEO ที่ออกแบบมาเพื่อทั้ง Google และ AI Search

รับคำปรึกษาฟรี