E-MARKETING คืออะไร
MARKETING

รู้จัก E-Marketing ทางเลือกใหม่ของคนทำธุรกิจออนไลน์

Wassana Lampech

สรุปบล็อกนี้

Key Takeaways

  • E-Marketing คือการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หรือการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยยังใช้หลักการตลาดทั่วไป เช่น Brand Position และการเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย
  • E-Marketing ช่วยให้ธุรกิจทุกขนาดเข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็ว และเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ง่ายขึ้น
  • เทคนิคที่ช่วยให้ได้ผล ได้แก่ วางกลุ่มเป้าหมายให้ชัด สร้างคอนเทนต์ด้วยหลัก 80/20 ใช้ Influencer รีวิว วัด KPI และตอบคำถามลูกค้าทุกช่องทาง
  • E-Marketing ทำควบคู่กับการตลาดออฟไลน์ได้ เพื่อให้สินค้าและบริการโดดเด่นยิ่งขึ้น

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า E-Marketing คือตัวเลือกของคนทำธุรกิจทุกรูปแบบและทุกขนาด โดยเฉพาะปัจจุบันนี้โลกของเราขับเคลื่อนด้วยโลกออนไลน์แทบจะ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้การเจาะกลุ่มลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์หรือการตลาดออนไลน์เป็นตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ธุรกิและสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ไว ที่สำคัญยังสามารถเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าโดยตรงง่ายขึ้น ดังนั้น บทความนี้ Search Studio จะพาทุกคนไปรู้จักกับ E-Marketing และแชร์เทคนิคการทำการตลาดออนไลน์เจาะ Target ให้ได้ตรงจุด ไปติดตามพร้อม ๆ กันเลย

รู้จักความหมายของ E-Marketing

E-MARKETING คืออะไร

ก่อนเริ่มต้นใช้งานการตลาดบนโลกออนไลน์เรามาขยายความ E-Marketing คืออะไรกันก่อน โดยความหมายหลัก ๆ และเข้าใจง่าย ๆ คือ การตลาดอิเล็กทรอนิกส์ โดยวิธีการทำตลาดประเภทนี้ไม่ได้แตกต่างจากการทำการตลาดทั่ว ๆ ไป เพราะยังมีหลักของความเข้าใจถึงเรื่องของ Brand Position, หลัก 4P (Product,Price, Place, Promotion) ผสมกับหลักการบริหารองค์กรคือ SWOT เข้ามาเชื่อมโยงถึงกัน เพื่อมาวิเคราะห์ถึงแผนการทำการตลาดว่าควรทำออกมาแบบไหน กลุ่มเป้าหมายคือใคร และวิธีการเจาะกลุ่มเป้าหมายเบอร์ 1 หรือเป้าหมายลำดับรองลงมา รวมถึงกลุ่มที่ไม่ใช่เป้าหมายหันมาสนใจแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ได้อย่างไร

เครื่องมือสำหรับการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Marketing)

E-MARKETING คืออะไร

ต่อเนื่องกันด้วยเครื่องมือของการทำการตลาดออนไลน์มีหลายประเภท อย่างไรก็ตามในปัจจุบันเครื่องมือที่ช่วยให้สินค้า บริการ และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายมากที่สุดมี 4 ประเภทใหญ่ ๆ และในส่วนของเจ้าของธุรกิจเลือกใช้มากที่สุดเช่นกัน และหากไม่อยากโอกาสสำคัญมาดูกันว่ามีเครื่องมืออะไรบ้างที่ควรใช้

  • Website: เพื่อใช้สำหรับโปรโมต ลงข้อมูลความเคลื่อนไหวของสินค้า บริการและผลิตภัณฑ์
  • Social Media: ปัจจุบันมีอิทธิพลต่อความสำเร็จสูงมาก เพราะเข้าถึงทุกกลุ่มได้ง่ายนั่นเอง
  • Email Marketing: โดยเน้นส่งข้อมูล ข่าวสารให้ลูกค้าตามโปรโมชันต่าง ๆ
  • Influencer: เครื่องมือที่นิยมกันมากในตลาดปัจจุบัน เพราะสร้างความน่าเชื่อถือต่อกลุ่มลูกค้าได้ง่าย

เทคนิคการทำการตลาดออนไลน์ให้ได้ผลลัพธ์มากกว่า Target ทำได้ทุกคน

แม้ว่าเราจะรู้จักความหมายของ E-Marketing กันไปแล้ว และรู้ว่าควรใช้เครื่องมือตัวไหนสำหรับทำการตลาดออนไลน์เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดีที่สุด แต่ยังมีอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ เทคนิคที่จะช่วยให้การทำการตลาดออนไลน์ประสบความสำเร็จ โดยเราได้รวบรวมเทคนิคที่ผู้อ่านหรือเจ้าของธุรกิจสามารถทำตามได้ไม่ยาก อีกทั้งยังนำไปปรับใช้ได้อีกด้วย มีดังนี้

1. วางกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจน

E-MARKETING คืออะไร

เทคนิคแรกของการทำ E-Marketing คือการวางกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน และการทำการตลาดจะต้องเจาะกลุ่มเป้าหมายโดยตรง ไม่ควรสะเปะสะปะ เพราะหากทำอย่างนั้นจะหมายถึงเงินทุนที่ต้องเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แถมผลลัพธ์ที่ได้อาจจะออกทะเลไปไกลเกินคาดแบบน่าเสียดาย ส่วนวิธีการเจาะกลุ่มเป้าหมายใช้หลักการง่าย ๆ คือ Who, What, Why, How

2. สร้างคอนเทนต์ให้ดึงดูดด้วยหลักการ 80/20

E-MARKETING คืออะไร

การสร้างคอนเทนต์ทุกรูปแบบมีผลดีต่อการสร้างตลาดสูงมาก แต่จะลงคอนเทนต์ติดต่อกันจำนวนมากเกินไปหรือน้อยเกินไป อาจจะไม่ได้ส่งผลดีเท่าไหร่นัก ดังนั้นการยึดหลักการ 80/20 เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ด้วยวิธีการโปรโมตคอนเทนต์ที่มีในมือก่อนแล้วไปก่อน 80% ส่วนอีก 20% จะใช้ไปกับการผลิตคอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อให้มีผลดีต่อ SEO

3. เลือกใช้บริการ Influencer ทดลองใช้พร้อมช่วยรีวิว

E-MARKETING คืออะไร

ปัจจุบันหลาย ๆ แบรนด์มักจะส่งผลิตภัณฑ์หรือ Voucher ต่าง ๆ ให้กับ Influencer ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นคนที่มียอดผู้ติดตามจำนวนมาก โดยข้อดีของการทำการตลาดชนิดนี้คือ สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้ง่ายขึ้น รวมถึงหากเลือก Influencer ที่มีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสให้การตลาดเติบโตได้ไวขึ้นไม่ยาก

4. วัด KPI ทุกครั้งเพื่อหาช่องทางการทำตลาดที่ดีที่สุด

E-MARKETING คืออะไร

หลังจากทำโฆษณาหรือโปรโมตสินค้า บริการต่าง ๆ ออกไปแล้ว หลังจากนั้นลองมาเช็คค่า KPI กันต่อว่าช่องทางไหนมีเสียงตอบรับ หรือลูกค้ามีส่วนร่วมมากที่สุด ซึ่งช่องทางที่เหมาะสมที่สุดคือ Facebook, IG, Twitter (X) รวมถึง TikTok เพื่อวิเคราะห์ว่าควรเลือกช่องทางไหนทำการตลาด ซึ่งข้อดีคือสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง

5. บริการลูกค้าด้วยการตอบคำถามในทุกช่อง

E-MARKETING คืออะไร

เทคนิคง่าย ๆ และถือว่าได้ผลดีมาโดยตลอดสำหรับการทำการตลาด นั่นก็คือบริการลูกค้าด้วยการตอบคำถาม หรือสนทนากับลูกค้าทุกข้อสงสัย หรือหากลูกค้าต้องการคำแนะนำ จะช่วยเพิ่มความประทับใจต่อลูกค้าในทันที และทำให้แบรนด์มีโอกาสเป็นที่รู้จักได้ง่ายขึ้น 

บทสรุป

เป็นยังไงกันบ้าง สำหรับบทความ E-Marketing ที่เรานำมาฝากแก่ผู้อ่านทุกท่าน การทำการตลาดในรูปแบบการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Marketing สามารถทำแบบออนไลน์และออฟไลน์ควบคู่ไปด้วยกันได้ ทั้งนี้เพื่อให้สินค้า บริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีความโดดเด่น รวมถึงดึงดูดกลุ่มลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายของแต่ละธุรกิจ เพียงแค่นี้ไม่ว่าจะมีการผลิตสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ ขึ้นมา ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

สุดท้ายนี้ เราหวังว่าบทความนี้จะช่วยไขข้อสงสัยเกี่ยวกับ E-Marketing ทั้งนี้สำหรับใครที่มีเว็บไซต์ธุรกิจอยู่แล้ว และต้องการให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google ทางบริษัท SEO Agency Search Studio ของเรา มีบริการรับทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกบน Google ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาในการศึกษาข้อมูลให้เสียเวลา รับรองได้เลยว่าเว็บธุรกิจของคุณ สามารถเพิ่มยอดขายได้มากยิ่งขึ้น และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้อย่างกว้างขวาง สามารถติดต่อทีมงานของเราได้ที่ admin@searchstudio.co.th ได้เลย

Frequently Asked
Questions

Book your call
E-Marketing คืออะไร?

E-Marketing คือการตลาดอิเล็กทรอนิกส์ หรือการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ ซึ่งยังใช้หลักการตลาดทั่วไป เช่น Brand Position แต่ทำผ่านช่องทางดิจิทัล

เครื่องมือ E-Marketing มีอะไรบ้าง?

เช่น Website สำหรับโปรโมตและลงข้อมูลสินค้า Social Media ที่เข้าถึงคนทุกกลุ่ม Email Marketing สำหรับส่งข่าวสารและโปรโมชั่น และ Influencer ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ

เทคนิคทำ E-Marketing ให้ได้ผลมีอะไรบ้าง?

วางกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจน สร้างคอนเทนต์ด้วยหลัก 80/20 ใช้ Influencer ช่วยทดลองและรีวิว วัด KPI ทุกครั้งเพื่อหาช่องทางที่ดีที่สุด และตอบคำถามลูกค้าในทุกช่องทาง

หลักการสร้างคอนเทนต์ 80/20 คืออะไร?

คือการใช้เวลาประมาณ 80% ไปกับการโปรโมตคอนเทนต์ที่มีอยู่แล้ว และอีก 20% ไปกับการผลิตคอนเทนต์ใหม่ที่มีคุณภาพสูง แทนการลงคอนเทนต์มากหรือน้อยเกินไป ซึ่งยังส่งผลดีต่อ SEO ด้วย

Wassana Lampech

Wassana Lampech

SEO Specialist & Co-Founder

แหม่มเป็น SEO Specialist และผู้ร่วมก่อตั้ง Search Studio แหม่มทำงานร่วมกับธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ ในการวิเคราะห์ข้อมูลการค้นหา วางกลยุทธ์คอนเทนต์ และปรับปรุงเว็บไซต์ เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีการเติบโตจากการค้นหาบน Google และ AI Search ในระยะยาว

Other Posts

ช่วยให้ธุรกิจของคุณถูกค้นเจอบน
Google และ AI Search

สร้างการเติบโตจากการค้นหา ด้วยกลยุทธ์ SEO ที่ออกแบบมาเพื่อทั้ง Google และ AI Search

รับคำปรึกษาฟรี