SEO

Pagespeed ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google

ให้ลูกค้าเจอคุณ ทั้งบน Google และ AI

# Built for Search Growth

Table content

    Key Takeaways

    ในยุคสมาร์ทโฟนที่อะไรๆ ก็รวดเร็วว่องไว สิ่งที่จะทำให้คนยุคนี้รู้สึกหงุดหงิดย่อมเป็นสิ่งที่ตรงข้ามความรวดเร็ว ซึ่งก็คือความเชื่องช้าและการรออะไรนานๆ นั่นเอง ดังนั้น เรื่อง Pagespeed ก็ไม่ต่างกัน Pagespeed เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญและมีผลกระทบกับการทำ SEO หรือการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google ได้

    วันนี้เราจะมาพูดถึง Pagespeed และการทดสอบความเร็วของเว็บไซต์ รวมไปถึง PageSpeed Insights ซึ่งเป็นเครื่องมือจาก Google ด้วย

    Page Speed คืออะไร

    Page Speed หรือ Page Load Time แปลได้ตรงๆ ก็คือความเร็วของหน้าเพจ ความเร็วของเวลาที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูลบนหน้าเว็บไซต์ของเว็บนั้นๆ ซึ่งข้อมูลในที่นี้รวมข้อมูลทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือ รูปภาพ กราฟิค ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ ฯลฯ การจะโหลดข้อมูลเหล่านี้เพื่อแสดงผลให้ผู้เข้าชมเว็บจะต้องเป็นไปด้วยความรวดเร็วลื่นไหล จึงจะดีต่อการทำ SEO หรือทำให้เว็บไซต์ติดอันดับใน Google

    วิธีการวัด Page Speed ที่นิยม

    การวัดค่าความเร็วของเพจนั้นสามารถทำได้หลายแบบ แต่มี 3 แบบที่ใช้กันมาที่สุดคือ

    1. Fully Loaded Page คือ การวัดจากความเร็วในการโหลดเพจทั้งหน้าเต็มหน้า 100%

    2. Time to First Byte คือ การวัดจากความเร็วของระยะเวลาที่เพจจะเริ่มโหลดข้อมูล

    3. First Meaningful Paint/First Contextual Paint คือ การวัดจากความเร็วในการโหลดข้อมูลที่อาจจะไม่เต็ม 100% แต่มากพอที่ผู้เข้าชมสามารถเริ่มเห็นข้อมูลได้ ประมาณว่าการโหลดครึ่งบนของเว็บเสร็จ ใช้เวลาไปเท่าไหร่ อย่างนี้เป็นต้น

    google pagespeed lab data

    การวัดค่าความเร็วของเพจด้วยวิธีและเกณฑ์แบบต่างๆ

    ซึ่งการวัดค่าความเร็วของเพจสามารถใช้เครื่องของ Google ที่ชื่อ PageSpeed Insights (อ่านเรื่อง PageSpeed Insights ต่อข้างล่าง) ค่าคะแนนจาก PageSpeed Insights ที่เว็บของเราได้นั้นเป็นข้อมูลที่เก็บมาจากหลายๆ ที่และมี Metric หลายตัว เช่น การเก็บจาก Chrome User Experience Report เป็นต้น

    ปัจจัยที่มีผลต่อ Page Speed คืออะไร

    ปัจจัยที่มีผลกับ Page Speed มีหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่การเขียน Code ของ Web Developer การจัดการ Sitemap หรือเมื่อ Admin ของเว็บไซต์อัปโหลดคอนเทนต์ที่เป็นรูปภาพหรือวิดีโอต่างๆ ก็ไม่ควรเป็นไฟล์ที่ใหญ่เกินไป Responsive Design การออกแบบให้เว็บไซต์มีความลื่นไหลในการใช้งานบนอุปกรณ์ทุกประเภท เว็บโฮสติ้งและตัวเซิร์ฟเวอร์ก็เป็นปัจจัยที่มีความสำคัญเช่นกัน

    ทำไม Google จึงให้ PageSpeed มีส่วนสำคัญกับ SEO

    Google ได้เคยประกาศเอาไว้อย่างเป็นการทางว่า Page Speed เป็นหนึ่งในปัจจัยหรือ Ranking Signal ที่ใช้ในการจัดลำดับเว็บไซต์บน Google (Google Rankings) สื่อให้เห็นว่า Google นั้นใส่ใจประสบการณ์ของผู้ใช้งานเว็บไซต์ (User Experience) เว็บไซต์ที่ดาวน์โหลดเร็วกว่าจึงถูก Google เลือกให้มาอยู่อันดับบนๆ จะเห็นว่าการมีเว็บที่โหลดเร็วมีผลกับ SEO ตรงนี้นี่เอง

    เมื่อรู้แบบนี้แล้วคุณคงอยากวัดความเร็วเว็บไซต์ของตัวเองว่าเป็นยังไง โดยที่เราเกริ่นไปแล้วก่อนหน้าว่าจะใช้เครื่องมือที่ชื่อ PageSpeed Insights มาดูกันเลยว่ามันทำงานยังไง

    PageSpeed Insights คืออะไร

    PageSpeed Insights คือ เครื่องมือออนไลน์จาก Google ที่ใช้วัดผลความเร็วของ PageSpeed ของเว็บ โดยจะขึ้นเป็นค่าคะแนนที่มีคะแนนเต็มที่อยู่ 100 คะแนน แบ่งช่วงคะแนนออกเป็นสีๆ สีเขียว สีเหลือง และสีแดง นอกจากเราจะเห็นตัวคะแนนแล้ว ถัดลงมาก็จะมีการบ่งชี้และข้อแนะนำปัญหาด้าน Performance ต่างๆ แยกออกเป็นข้อๆ ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างที่จะมีความ Techinical อยู่บ้าง

    pagespeed insights score

    ช่วงคะแนนของ PageSpeed Insights

    pagespeed diagnostics

    บอกข้อบ่งชี้และข้อแนะนำปัญหาด้าน Performance ต่างๆ

    ลิงก์ไป PageSpeed Insights ของ Google

    https://developers.google.com/speed/pagespeed/insights/

    อย่างไรก็ตาม อย่างที่เราเน้นย้ำว่า PageSpeed นั้นเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยของการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google แต่การมีค่า PageSpeed ที่ดีไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ติดอันดับในทันที ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายด้าน เช่น ปัจจัยด้านเนื้อหาบนเว็บ การทำ Onsite Optimisation และ Link Building ต่างๆ 

    อ่านต่อ: Backlink คืออะไร ยังสำคัญกับการทำ SEO หรือไม่

    Mobile vs. Desktop

    ตอนที่เราวางลิงก์เข้าไปใน PageSpeed Insights Google จะให้คะแนนสองแบบ แบบที่ 1 คือ Mobile Version และ แบบที่ 2 คือ Desktop Version

    pagespeed insights mobile

    Mobile Version

    pagespeed insights desktop

    Desktop Version

    สรุป

    อย่างที่เราเน้นย้ำมาตลอดโพสต์ว่าการมีค่าคะแนน PageSpeed ที่ดีมีส่วนช่วยให้เว็บของคุณมีอันดับที่ดีขึ้นได้ แต่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า ในระยะยาว Process ของการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับที่ดีบน Google (การทำ SEO) ควรประกอบด้วยวิธีการที่ถูกต้องอื่นๆ เช่น Technical SEO, Onsite Optimision, Link Building ด้วยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อทีมงาน Search Studio

    PageSpeed มีผลต่อ SEO มากแค่ไหน?




    PageSpeed เป็นหนึ่งใน Ranking Signal ของ Google โดยเฉพาะบน Mobile หากเว็บไซต์โหลดช้า อาจส่งผลให้ผู้ใช้งานออกจากหน้าเว็บเร็วขึ้น ซึ่งกระทบต่อ SEO ทางอ้อมและทางตรง

    คะแนน PageSpeed ควรได้เท่าไหร่ถึงจะดี?




    โดยทั่วไป คะแนน 90-100 ถือว่าดีมาก แต่ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญคือการผ่านเกณฑ์ Core Web Vitals และมอบประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้งาน

    PageSpeed Mobile กับ Desktop ต่างกันอย่างไร?




    Google จะให้คะแนน PageSpeed แยกระหว่าง Mobile และ Desktop โดยในปัจจุบัน Google ใช้ Mobile-First Indexing เป็นหลัก ดังนั้น PageSpeed บนมือถือจึงมีผลต่อ SEO มากกว่า หากเว็บไซต์ช้าบน Mobile อาจกระทบต่ออันดับการค้นหาได้

    ปรับ PageSpeed แล้วอันดับจะขึ้นทันทีไหม?




    ไม่ทันที PageSpeed เป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยของ SEO ควรทำควบคู่กับ Technical SEO, Onsite SEO และ Link Building

    Share this article

    Co-founder

    Frequently Asked
    Questions

    Other Posts

    ช่วยให้ธุรกิจของคุณถูกค้นเจอบน
    Google และ AI Search

    สร้างการเติบโตจากการค้นหา ด้วยกลยุทธ์ SEO ที่ออกแบบมาเพื่อทั้ง Google และ AI Search