SEO

Google Algorithm คืออะไร? สรุปการปรับ Algorithm จาก 2003-2025

Table content

    สรุปบล็อกนี้

    Key Takeaways

    ทุกวันที่เราค้นหาข้อมูลใน Google ระบบจะต้อง “เลือก” ว่าจะเอาเว็บไหนขึ้นมาอยู่หน้าแรกก่อนหลัง ซึ่งตัวที่อยู่เบื้องหลังการจัดอันดับทั้งหมดนี้ก็คือ Google Algorithm หรือชุดกติกา ระบบประเมินคุณภาพที่ Google ใช้เพื่อพยายามตอบคำถามของคนค้นหาให้ตรงที่สุดและเร็วที่สุด

    สรุปใน 1 นาที: Google Algorithm เกี่ยวอะไรกับคนทำเว็บ?

    • Google Algorithm คือ “ระบบให้คะแนน + จัดอันดับ” ว่าเว็บไหนควรขึ้นก่อนตามคำค้นหา
    • การอัปเดตแต่ละครั้งมักทำให้อันดับขึ้น/ลง เพราะ Google เปลี่ยนวิธีประเมิน “คุณภาพ ความเกี่ยวข้อง และประสบการณ์ผู้ใช้”
    • ถ้าอันดับตกหลังอัปเดต อย่าเพิ่งรีบแก้มั่ว ๆ ให้เริ่มจากเช็คว่า rollout จบหรือยัง แล้วค่อยไล่วิเคราะห์หน้าที่ตกจริง

    Google Algorithm คืออะไร

    เราอาจจะเคยคุ้นหูกันมาบ้างเกี่ยวกับการอัปเดต Google Algorithm แต่มักจะมีหลายคนอีกเช่นเดียวกัน ที่ยังไม่เข้าใจถ่องแท้เกี่ยวกับการทำงานของมัน ซึ่งหลักการทำงานของมันก็คือ พอเราพิมพ์คำค้นหา Google จะประมวลผลจากหลายปัจจัย เช่น เนื้อหา ความเกี่ยวข้อง ความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ผู้ใช้ ฯลฯ แล้วจัดอันดับหน้าเว็บที่ “น่าจะตอบโจทย์ที่สุด” ขึ้นมาแสดงบนหน้า SERPs

    Google Algorithm ทำงานยังไง

    Google จะมีตัวโปรแกรมที่ทำหน้าที่เหมือนเป็นแมงมุมไต่เข้าไปตามเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อไปดึงเนื้อหาต่างๆ ที่ใกล้เคียงกับคำที่เราเสิร์ชในกรณีที่มีการค้นหาเกิดขึ้น ดังนั้น เมื่อเรากดค้นหาข้อมูลบน Google มันจะทำการดึงข้อมูลที่ใกล้เคียงกับคำที่เราพิมพ์ที่สุด มาจัดอันดับให้เราเลือกบนหน้า SERPS หรือหน้าแสดงผลจากการค้นหาทั้งหมด มาเรียงให้เราเลือกนั่นเอง

    ทำไม Google ถึงอัปเดต Algorithm บ่อย

    เพราะพฤติกรรมคนค้นหาและ “วิธีปั่นอันดับ” เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ Google เลยต้องปรับระบบให้:

    • ตอบคำถามได้แม่นขึ้น
    • ลดคอนเทนต์คุณภาพต่ำ/ซ้ำ/สแปม
    • ยกระดับความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์

    ไทม์ไลน์ Google Algorithm Updates (2003–2020)

    ในแต่ละปี Google จะทำการอัปเดต Google Algorithm เพื่อให้ระบบสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ความยุคสมัยให้ได้มากที่สุด รวมถึงยกระดับความแม่นยำให้สูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์การใช้งาน Google ของผู้ใช้งานทั่วโลก

    แม้ว่าการอัปเดตในบางครั้งจะแทบไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิมเลยก็ตาม แต่สำหรับในหลายๆ ครั้ง การอัปเดตตัว Algorithm ก็กลับเปลี่ยนโลกเสิร์ชเอ็นจิ้นให้ดีขึ้นไปในพริบตา และนี่ก็เป็นวิวัฒนาการการอัพเดทตัว Algorithm ทั้งหมด ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน:  

    พฤศจิกายน 2003, Florida Update

    Google ลบการแสดงผลของในเสิร์ชเอนจิ้นของเว็บไซต์ที่มีใช้ลูกไม้อย่างการยัดเยียด keywords ใส่ใน page จนเกินพอดี เว็บเหล่านี้จะไม่ถูกดึงขึ้นมาปรากฎบน Google

    กันยายน 2005, Jagger

    กำจัดเว็บไซต์ที่มีกิจกรรม Link Building มากเกินไป

    ธันวาคม 2005, Big Daddy

    Algorithm ตัวใหม่ที่ออกแบบขึ้นมาเพื่อรับมือเชิงเทคนิคกับลิงก์ ที่มีการ Redirects หรือเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลักเพียงเว็บเดียว แต่แบ่งออกเป็นหลาย URL

    มกราคม 2009, Vince

    การอัปเดตครั้งนี้เอื้อประโยชน์ให้กับตัวคีย์เวิร์ดสำหรับพวก Big Brand ต่างๆ

    สิงหาคม 2009, Caffeine

    ปรับปรุงหน้าแสดงผลลัพธ์ ให้ Google เชื่อมถึงเพจที่สร้างขึ้นมาใหม่เรื่อยๆ ได้เร็วขึ้น

    เมษายน 2010, MayDay

    ปรับปรุงการแสดงผลต่อ keywords ที่มีลักษณะเป็นคำถามที่มีความยาว

    กุมภาพันธ์ 2011, Panda

    มุ่งเน้นในการพยายามลดการแสดงผลเว็บไซต์ที่ไม่มีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ค้นหา เว็บไซต์ที่พยายามยัด keywords ในเนื้อหาโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ หรือบทความหรือเนื้อหาซ้ำซ้อนต่างๆ

    เมษายน 2011, Panda 2.0

    ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดอันดับคุณภาพของตัวเว็บไซต์ที่ไม่มีประโยชน์ต่อผู้เข้าชม ส่วนเว็บไหนที่ดีและทันสมัย จะถูกดันไปอยู่อันดับต้นๆ

    สิงหาคม 2011, Panda 2.4

    อัปเดตทั่วไป

    ตุลาคม 2011, Panda 3.0

    อัปเดตเวอร์ชันใหม่เพิ่มเติมภายใต้ชื่อ Panda 3.0

    พฤศจิกายน 2011, Freshneww

    ปรับปรุงผลการทำงานของ Algorithm

    มกราคม 2012, Page Layout

    อัปเดตเพจที่มีโฆษณาเยอะเกินไป โดยเฉพาะการยัดโฆษณาไว้ในช่วงตอนบนของเว็บไซต์

    กุมภาพันธ์ 2012, Venice

    Google ใช้ IP Address และ Location ที่อยู่จริงของผู้ค้นหามาช่วยปรับปรุงการค้นหาข้อมูล

    เมษายน 2012, Penguin

    กำจัดไวรัส สแปม เนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้อง

    พฤษภาคม 2012, Penguin 1.1

    รีเฟรชอัปเดต

    มิถุนายน 2012, Panda Update

    Google คอนเฟิร์มการปล่อย Panda Algorithm ออกมา ซึ่งจะส่งผลกับการค้นหาราว 1% ที่เกิดขึ้นในอเมริกา และอีก 1% ของการค้นหาที่เกิดขึ้นทั่วโลก มีการยืนยันว่าเวอร์ชันนี้ถือว่ายิ่งใหญ่กว่าเวอร์ชั่นที่ผ่านมา

    กันยายน 2012, Exact Domain Match

    กำจัดสแปมและเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพออกจากการแสดงผล

    มิถุนายน 2013, Payday Loan

    กำจัดสแปมและเว็บไซต์จำพวก payday loans

    สิงหาคม 2013, Hummingbird

    ปรับปรุงด้านคำค้นหาให้ Google แสดงผลได้แม่นยำมากขึ้น แม้จะเจอกับคำค้นที่ซับซ่อนก็สามารถแสดงผลที่ประมวลพบจากคำใกล้เคียงต่างๆ ได้

    มิถุนายน 2014, Payday

    กำจัดสแปมและเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพออกจากการแสดงผล รวมถึงเว็บไซต์ที่ทำ SEO โดยมุ่งผลมากเกินไป แต่เนื้อหาด้อยคุณภาพ

    กรกฎาคม 2014, Pigeon

    การอัปเดตครั้งนี้ Google ปรับ Algorithm เครือข่ายหลักกับเครือข่ายย่อยเข้าด้วยกัน สร้างการค้นหาโดยอ้างอิงจากที่อยู่ของผู้ค้นหาข้อมูล

    กันยายน 2014, Panda Update

    เพิ่มการคัดกรองเว็บไซต์ที่มีคุณภาพของเนื้อหาในระดับที่ต่ำ

    ตุลาคม 2014, Penguin 3.0

    อัปเดตเวอร์ชั่น Penguin

    เมษายน 2015, Mobile

    การอัปเดตที่จะส่งผลให้เว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้สมาร์ทโฟนมีโอกาสได้อันดับที่ดีขึ้น

    พฤษภาคม 2015, Quality Update

    อัปเดตคุณภาพของ Algorithm

    ตุลาคม 2015, RankBrain

    ปรับปรุงผลการค้นหาให้มีประสิทธิภาพด้วยการใช้ machine learning เข้าช่วย

    มกราคม 2016, Panda Core Algorithm

    Google นำเอา Panda เข้าสู่ระบบ Algorithm

    พฤษภาคม 2016, Mobilegeddon 2

    ปรับปรุงการค้นหาให้เว็บไซต์ที่เป็นมิตรกับสมาร์ทโฟนได้อันดับที่ดีขึ้น

    มิถุนายน 2016, Quality Update

    อัปเดตเกี่ยวกับตัวคอนเทนต์

    กันยายน 2016, Possum

    เป็นการอัปเดตที่มุ่งเน้นปรับปรุงการแสดงผลการจัดอันดับ Local กำจัดสแปมบนหน้าที่แสดงผลการค้นหาของ Local

    กันยายน 2016, Penguin 4.0

    อัปเดตลิงก์

    พฤศจิกายน 2016, Unconfirmed

    เป็นการอัปเดตที่ไม่ได้มีการคอนเฟิร์มอะไรออกมาแน่ชัด

    มกราคม 2017, Intrusive Interstitials

    ปรับปรุงโดยมุ่งเน้นการค้นหาในมือถือ

    กุมภาพันธ์ 2017, Unconfirmed

    อัปเดตหน้าแสดงผลการค้นหาบน Google

    มีนาคม 2017, Fred

    เป็นการอัปเดตโดยมุ่งเน้นไปที่การกำจัดเนื้อหาที่ไม่มีคุณภาพ และคอนเทนต์ที่มีเพื่อการโฆษณาขายของ หรือ Affiliates โดยเฉพาะ

    พฤษภาคม 2017, Quality Update

    การอัปเดตหน้าแสดงผลการค้นหา มุ่งไปที่เว็บไซต์ที่มีการโฆษณามากจนเกินไป

    กรกฎาคม 2017, Unconfirmed

    การอัปเดตเชิงคุณภาพทั่วไป

    สิงหาคม 2017, Quality Update

    การอัปเดตที่มุ่งเน้นการกรองคอนเทนต์ที่ไม่มีคุณภาพ หรือมีโฆษณาเยอะจนเกินไป

    กันยายน 2017, Unconfirmed

    เป็นการอัปเดตที่ไม่ได้มีการคอนเฟิร์มใดๆ ออกมา แต่พบการปรับปรุงการแสดงผลใน Google

    ธันวาคม 2017, Maccabees

    มีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อย

    มีนาคม 2018, Broad Core

    เป็นการอัปเดต Algorithm ที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับคอนเทนต์คุณภาพดีที่เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญและน่าเชื่อถือ

    เมษายน 2018, Broad Core Update

    คล้ายกับเดือนมีนาคมแต่เน้นไปที่การปรับปรุงการแสดงผลคอนเทนต์ที่มีความเกี่ยวข้องกับคำค้นหามากยิ่งขึ้น

    สิงหาคม 2018, Broad Core

    การอัปเดตที่ทำเพื่อแก้ไขเวอร์ชั่นของเดือนมีนาคม 2018 ให้เสถียรภาพมากขึ้น

    กันยายน 2018, Small Updates

    เป็นการอัปเดตที่ส่งผลต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ Google ได้ออกมาคอนเฟิร์มในภายหลังว่ามีการอัปเดตเกิดขึ้นจริง หลังจากที่มีการตั้งข้อสังเกต

    ตุลาคม 2018, Unconfirmed

    เป็นเพียงข่าวลือว่า Google ได้มีการอัปเดตใหม่ แต่มีหลักฐานเพียงน้อยนิด

    กุมภาพันธ์ 2019, Unconfirmed

    แม้ว่า Google จะไม่ได้ออกมาประกาศว่ามีการอัปเดตเวอร์ชั่นนี้ แต่ก็มีหลักฐานหลุดออกมาว่ามีการอัปเดตกันไปแล้วในช่วงก่อนวาเลนไทน์

    มีนาคม 2019, Core Update

    Google ได้มีการอัปเดตทั่วโลก และได้มีการให้คำแนะนำไว้ได้ลิงก์ดังต่อไปนี้

    เมษายน, 2019, Deindexing Bug 

    Google ได้ออกมาคอนเฟิร์มถึงเรื่อง Bug ที่ส่งผลให้มีเพจหล่นจากอับดับที่เคยอยู่ ซึ่ง Google ออกมาประกาศเรื่องนี้และใช้เวลาประมาณ 6 วันในการแก้ไข แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆ หลังการแก้ไขแล้วอันดับของเพจต่างๆ จึงกลับมาเป็นปกติ

    พฤษภาคม 2019, Indexing Bug 

    Google ได้ออกมาคอนเฟิร์มถึงเรื่อง Bug ที่ส่งผลให้ content หรือเพจใหม่ๆ มีปัญหาเรื่อง index อย่างไรก็ตาม Google ได้ทำการแก้ไขภายในเวลาเพียงสองวันหลังจากนั้น

    มิถุนายน 2019, Core Update

    Google ได้มีการอัปเดตทั่วโลก อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามลิงก์ต่อไปนี้

    กันยายน 2019, Core Update

    Google ได้ประกาศการอัปเดตอีกครั้ง ซึ่งการอัปเดตนี้จะจะส่งผลกับการจัดเรียงอันดับของเพจต่างๆ รวมทั้งการประเมินความเกี่ยวข้องของเนื้อหาของเพจที่เชื่อมโยงกับคำค้นหา (Search Queries)

    ตุลาคม 2019, BERT Update

    ในวันที่ 22 ตุลาคม Google ได้ประกาศอัปเดตอีกครั้ง ในครั้งนี้เป็นการอัปเกรดอัลกอรึทึมเพื่อให้สามารถใช้โมเดล BERT เข้ามาช่วยในการประมวลผลของกูเกิลได้ ซึ่งเจ้าตัว BERT ตัวนี้จะเป็นตัวช่วยให้ Google สามารถตีความภาษาที่ใช้ในการเสริชแบบเป็นธรรมชาติมากขึ้น และเข้าใจบริบทของภาษาเหล่านั้นได้ดีขึ้น

    มกราคม 2020, Core Update

    นับเป็นประกาศอัปเดตอัลกอรึทึ่มต้อนรับปีใหม่กันเลยทีเดียว สำหรับการอัปเดตครั้งแรกของปีนี้ กูเกิลได้ออกประกาศล่วงหน้าว่าจะมีการอัปเดตเกิดขึ้น โดยที่ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดแน่ชัด แต่มีรายงานว่าเว็บไซต์หลายเว็บเริ่มได้รับผลกระทบ และตกอับดับกันบ้างแล้ว

    พฤษภาคม 2020, Core Update

    ในวันที่ 4 พฤษภาคม 2020 กูเกิลได้ประกาศ Core Update อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 2 ในปี 2020 ทำให้เกิดความแปรปรวนของอันดับในกูเกิลในช่วงระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคมที่ผ่านมา และมีผลทำให้เว็บไซต์ที่ได้รับผลกระทบมาก-น้อยแตกต่างกันไป

    ธันวาคม 2020, Core Update

    อีกหนึ่งครั้งสำหรับ Core Update ส่งท้ายปี มีรายงานว่าเว็บไซต์บางเว็บก็มีความเปลี่ยนแปลงไม่น้อย แต่ก็ไม่ได้มี Impact กกันในวงกว้างขนาดนั้น

    แล้วการอัปเดตเหล่านี้ “หมายความว่ายังไง” กับคนทำ SEO

    วิวัฒนาการและความเป็นมาของการอัปเดต Algorithm ของ Google ที่ผ่านมาหลายต่อหลายครั้งแสดงให้เห็นว่า Google ให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อหา ความเกี่ยวข้องของเนื้อหากับคำค้นหา และความพึงพอใจของผู้ค้นหามากขึ้นเรื่อยๆ

    ถ้าหากเราอยากให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับที่ดีๆ ใน Google เราก็ต้องเข้าใจหลักการทำงานของ Google Algorithm รวมทั้งเข้าใจว่าการอัปเดตในแต่ละครั้งนั้นมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพื่อที่เราจะสามารถวางแผนการทำงานด้าน SEO หรือ Search Engine Marketing ให้สอดคล้องกับ Google ได้ราบรื่น ติดอันดับง่ายขึ้นนั่นเอง

    Google Core Update คืออะไร?

    Core Update คือการปรับระบบจัดอันดับ “ชุดใหญ่” ที่อาจทำให้อันดับหลายเว็บขึ้น/ลงพร้อมกัน Google แนะนำให้เช็คช่วงเริ่ม-จบใน Search Status Dashboard และค่อยเทียบผลก่อน-หลังเมื่อ rollout จบ

    Core Update กับ Spam Update ต่างกันยังไง?
    • Core Update: ปรับระบบจัดอันดับ “ภาพรวม” เน้นคุณภาพ/ความเกี่ยวข้องของคอนเทนต์
    • Spam Update: เน้นจัดการพฤติกรรมที่เข้าข่าย “สแปม/ปั่นอันดับ” เช่นคอนเทนต์จำนวนมากแต่ไม่เพิ่มคุณค่า เทคนิคหลอกระบบ

    ถ้าอันดับตกแบบชัด ๆ ให้เช็คทั้ง “คุณภาพคอนเทนต์” และ “ความเสี่ยงสแปม” ไปพร้อมกัน

    ถ้าเพิ่งเริ่มทำ SEO ควรรู้จักอัปเดตไหนเป็นหลัก?

    ถ้าต้องเลือก “ชุดที่กระทบหลักการทำ SEO จริง ๆ” ให้โฟกัสกลุ่มนี้:

    • Panda: คุณภาพคอนเทนต์/คอนเทนต์บาง/ซ้ำ
    • Penguin: ลิงก์สแปม/ลิงก์ไม่ธรรมชาติ
    • Hummingbird / RankBrain / BERT: Google เข้าใจ “ความหมาย” และ “บริบท” ของคำค้นหาดีขึ้น
    • Core Updates: ปรับการประเมินคุณภาพ/ความเกี่ยวข้องแบบภาพรวม
    อันดับตกหลังอัปเดต ต้องทำอะไรใน 7 วันแรก?

    โฟกัส “แก้แบบมีหลักฐาน” มากกว่าปรับมั่ว ๆ:

    1. เช็คว่าเว็บตกที่ “หน้าไหน/คีย์เวิร์ดไหน” (ไม่ใช่ดูภาพรวมอย่างเดียว)
    2. ทำ SEO Audit เพื่อหาสาเหตุจริง (เทคนิค/โครงสร้าง/คอนเทนต์)
    3. ปรับหน้าเงิน/หน้าทราฟฟิกหลักก่อน: intent ชัดไหม, คำตอบครบไหม, มีส่วนที่บาง/ซ้ำไหม
    4. ค่อย ๆ ปรับ On-page ให้เนียนขึ้น (หัวข้อ, ย่อหน้าแรก, สรุป, FAQ, internal links)

    Share this article

    Fonthip

    Co-founder

    Frequently Asked
    Questions

    Other Posts

    ช่วยให้ธุรกิจของคุณถูกค้นเจอบน
    Google และ AI Search

    สร้างการเติบโตจากการค้นหา ด้วยกลยุทธ์ SEO ที่ออกแบบมาเพื่อทั้ง Google และ AI Search