ROI คืออะไร?
MARKETING

ROI คืออะไร? ช่วยวิเคราะห์ทางด้านธุรกิจได้ยังไงบ้าง?

Pinmanut Katpun

สรุปบล็อกนี้

Key Takeaways

  • ROI (Return on Investment) คืออัตราส่วนที่ใช้วัดผลตอบแทนจากการลงทุน โดยนำกำไรมาหารด้วยต้นทุนการลงทุน แล้วคูณ 100 เพื่อแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์
  • ตัวอย่างเช่น ลงทุน 50,000 บาท แล้วขายได้ 65,000 บาท กำไร 15,000 บาท จะได้ ROI เท่ากับ 30%
  • ROI ช่วยเปรียบเทียบตัวเลือกการลงทุนต่าง ๆ และช่วยตัดสินใจว่าสินค้าหรือบริการไหนทำกำไรได้ดีที่สุด
  • ROI Marketing ใช้วัดความคุ้มค่าของการลงทุนด้านการตลาด เช่น งบโฆษณาเทียบกับยอดขายที่ได้

การทำธุรกิจคือการหวังผลกำไรและเซฟต้นทุนให้ได้มากที่สุด ยิ่งธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์และบริการหลากหลายประเภท การนำข้อมูลด้านผลกำไรมาวิเคราะห์จะช่วยให้ธุรกิจสามารถนำมาใช้ในการประกอบการตัดสินใจได้ว่าผลิตภัณฑ์หรือบริการตัวไหนที่ได้ผลกำไรสูงสุด หรือติดลบ เพื่อใช้ในการวางแผนการลงทุนให้ดีขึ้นต่อไปในอนาคต

บทความนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับวิธีการคำนวณผลกำไรจากการลงทุนที่เรียกว่า ROI กัน ROI คืออะไร? มีประโยชน์สำหรับธุรกิจของคุณอย่างไรบ้าง? มาเรียนรู้ง่าย ๆ ไปพร้อม ๆ กันได้ในบทความนี้ค่ะ

ROI คืออะไร?

ROI คืออะไร?

ROI หรือ Return on Investment คือ อัตราส่วนที่ใช้วัดประสิทธิภาพของการลงทุนโดยการนำกำไรหรือกำไรสูงสุดที่ได้รับจากการลงทุนมาหารด้วยต้นทุนของการลงทุนนั้น ๆ ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าใจได้ว่าการลงทุนนั้นมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน และช่วยในการตัดสินใจว่าควรลงทุนในสิ่งที่ไหนเพื่อให้ได้กำไรมากที่สุด ซึ่งคำนวณมาจากเงินคืนที่ได้มาจากการลงทุน ซึ่งเกี่ยวข้องกับต้นทุนทางธุรกิจโดยตรง วิธีการคำนวณ Return on Investment คือ นำผลกำไรหรือเงินคืนที่ได้ตั้ง แล้วหารด้วยต้นทุนจากการลงทุนนั้น ๆ ซึ่งได้ผลลัพธ์ออกมาในรูปแบบของเปอร์เซ็นต์หรืออัตราส่วน ซึ่งมักเป็นวิธีในการคำนวณแล้วนำมาเปรียบเทียบดูว่าการลงทุนไหนที่ได้รับผลตอบแทนดีที่สุด

ROI หรือ Return on Investment คือวิธีการวัดผลที่ได้รับความนิยมเนื่องจากคำนวณได้ง่าย สามารถนำมาวิเคราะห์ทางด้านธุรกิจหรือการเงินได้อย่างหลากหลาย เช่น การลงทุนในหุ้นแต่ละตัวเป็นยังไงบ้าง หรือการคาดการณ์ ROI จากการขยายโรงงาน หรือ ROI ที่ได้จากการลงทุนทางด้านอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

ROI สามารถนำมาวิเคราะห์ เพื่อประกอบการตัดสินใจทางด้านธุรกิจได้อย่างไรบ้าง?

ROI คืออะไร?

หาก ROI ได้ผลออกมาเป็นบวก ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการลงทุนนั้นได้ผลกำไร แต่หากลองนำมาเปรียบเทียบกันแล้ว ก็อาจจะมีโอกาสด้านการลงทุนอื่น ๆ อีกที่ได้ผลกำไรที่ดีกว่า ซึ่งเป็นตัวช่วยที่ดีเยี่ยมสำหรับนักลงทุนในการพิจารณาว่าตัวเลือกไหนคือตัวเลือกที่ดีกว่าในการลงทุน และหลีกเลี่ยงการลงทุนที่มี ROI เป็นลบ เนื่องจากขาดทุนนั่นเอง

ROI คำนวณยังไง?

ROI คืออะไร?

ตัวอย่างการคำนวณ​ ROI ง่าย ๆ เช่น 

นาย A ลงทุนในหุ้นของบริษัทหนึ่งเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 50,000 บาท แต่ขายหุ้น 1 ปีต่อมาได้ในราคา 65,000 บาท วิธีการคำนวณ ROI ก็คือ

กำไรซึ่งคิดได้จากราคาขาย – ราคาซื้อ 

65,000 – 50,000 = 15,000 บาท

แล้วนำกำไรที่ได้มาหารด้วยราคาซื้อซึ่งเป็นราคาต้นทุน 

15,000/50,000*100 = 0.3 หรือ 30% 

เมื่อคำนวณในลักษณะเดียวกันกับหุ้นตัวอื่น ๆ ที่นาย A ซื้อ ก็สามารถเปรียบเทียบอย่างเข้าใจได้ง่ายและเห็นได้ชัดเลยว่าหุ้นตัวไหนที่ได้ค่าตอบแทนมากกว่ากัน

ROI Marketing คืออะไร?

ROI คืออะไร?

นอกจากตัวอย่างการคำนวณ ROI จากการลงทุนดังกล่าวแล้ว เจ้าของธุรกิจก็ยังสามารถนำ ROI มาคำนวณทางด้านการตลาดหรือที่เรียกว่า ROI Marketing ได้ด้วย เช่น นำมาวิเคราะห์เกี่ยวกับเงินคืนที่ได้จากการลงทุนด้านโฆษณาสำหรับธุรกิจ ว่าใช้เงินลงทุนกับโฆษณาสำหรับสินค้าหนึ่งในราคาเท่านี้ สามารถขายได้เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่

นำผลลัพธ์ของเงินคืนที่ได้มาหารด้วยต้นทุน ก็สามารถนำมาเปรียบเทียบในแต่ละปีหรือไตรมาสได้ว่า การลงทุนโฆษณาไปกับสินค้าไหนที่ได้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด เป็นต้น หรือหากต้องการรีโนเวตบ้านหรือห้องเพื่อเปิดให้เช่า ก็สามารถคำนวณเพื่อคาดการณ์ได้ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่เป็นเงินคืนที่คุ้มค่าไหมในแต่ละที่

การคำนวณ ROI คืออะไรที่ยังมีข้อจำกัดที่ควรคำนึงถึงหลายอย่าง เพราะนอกจากตัวเลขที่ถูกนำไปใช้ในการคำนวณแล้ว ไม่ได้มีการรวมความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น การคำนวณ ROI สำหรับการเลือกลงทุนในหุ้น อาจจะได้ผลที่ออกมาในเชิงบวกที่เกินจริงมากจนเกินไป เนื่องจากการลงทุนในหุ้นเต็มไปด้วยความเสี่ยงและความไม่แน่นอนด้านอื่น ๆ ที่ต้องนำมาใช้ประกอบการพิจารณาร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม ROI ก็เป็นการคำนวณเงินคืนง่าย ๆ ที่ทุกธุรกิจสามารถนำไปลองปรับใช้และวิเคราะห์การลงทุนและดำเนินงานเองได้ง่าย ๆ ผลิตภัณฑ์ตัวไหนที่ให้กำไรมากที่สุด ตัวไหนที่ควรผลิตเพิ่ม ตัวไหนที่อาจไม่ค่อยได้รับความนิยมนัก พิจารณาจากรายได้อย่างเดียว อาจไม่เพียงพอ ให้ลองใช้ ROI คำนวณเพื่อเปรียบเทียบจากต้นทุนในหลาย ๆ มิติดู 

บทส่งท้าย

ROI คืออะไร? หลาย ๆ คนก็น่าจะทำความเข้าใจกันได้มากขึ้นแล้ว ซึ่งนอกจากผลกำไรที่ต้องคำนึงถึง การประหยัดต้นทุนก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้ ROI ของคุณสูงขึ้นเช่นกัน หากอยากมีค่า Marketing ROI ที่คุ้มค่า ให้เราช่วยโฆษณาผ่าน Google และใช้เทคนิค SEO ที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายบนโลกออนไลน์ได้แบบยาว ๆ กัน

Frequently Asked
Questions

Book your call
ROI คืออะไร?

ROI ย่อมาจาก Return on Investment คืออัตราส่วนที่ใช้วัดประสิทธิภาพของการลงทุน โดยเทียบกำไรที่ได้กับต้นทุนที่ลงไป

ROI คำนวณอย่างไร?

นำกำไร (ราคาขาย – ราคาซื้อ) หารด้วยต้นทุน แล้วคูณ 100 เช่น ลงทุน 50,000 บาท ขายได้ 65,000 บาท กำไร 15,000 บาท ROI = 15,000 ÷ 50,000 × 100 = 30%

ROI ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างไร?

ถ้า ROI เป็นบวกแสดงว่าการลงทุนได้กำไร และเมื่อนำ ROI ของการลงทุนแต่ละแบบมาเปรียบเทียบกัน จะเห็นว่าการลงทุนไหนคุ้มค่าที่สุด

ROI Marketing คืออะไร?

คือการนำ ROI มาวัดผลด้านการตลาด เช่น นำผลตอบแทนที่ได้จากโฆษณาหารด้วยต้นทุนโฆษณา เพื่อเปรียบเทียบว่าการลงทุนโฆษณาสินค้าไหนในแต่ละปีหรือไตรมาสให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด

Pinmanut Katpun

Pinmanut Katpun

SEO Specialist

เพราะโลกการค้นหาข้อมูลเปลี่ยนไปไวมาก ปิ่นจึงอยากช่วยให้แบรนด์คงความโดดเด่นทั้งบน Search Engine และเครื่องมือ AI ต่างๆ ปิ่นนำความรู้ด้าน SEO มาผสมผสานกับ AIO (AI Optimization) เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์สิ่งที่คนค้นหาจริงๆ พร้อมทั้งคอยปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บและทดลองแนวทางใหม่ๆ เพื่อพาแบรนด์ของคุณไปเจอลูกค้าที่ใช่และเติบโตในโลกออนไลน์

Other Posts

ช่วยให้ธุรกิจของคุณถูกค้นเจอบน
Google และ AI Search

สร้างการเติบโตจากการค้นหา ด้วยกลยุทธ์ SEO ที่ออกแบบมาเพื่อทั้ง Google และ AI Search

รับคำปรึกษาฟรี