ทุกคนเคยรู้สึกไหมคะว่าทุกวันนี้ การแย่งชิงความสนใจบนพื้นที่ในโลกออนไลน์ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ? ดังนั้น การมีแค่คอนเทนต์ที่ดีอาจไม่เพียงพอที่จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอีกต่อไป ปัญหาที่ปิ่นมักจะพบบ่อยเวลาวางแผน Content Marketing ให้แบรนด์ต่าง ๆ คือธุรกิจส่วนใหญ่มักทุ่มงบประมาณและระยะเวลาไปกับการผลิตคอนเทนต์ที่เน้นปริมาณแต่ขาดทิศทางที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิด Content Waste หรือเนื้อหาที่ไม่สามารถดึงดูดกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง และไม่สามารถส่งเสริมเป้าหมายหลักของธุรกิจได้อย่างที่ควรจะเป็น
หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหานี้ ไม่ใช่การทำคอนเทนต์ให้มากขึ้น แต่คือการทำคอนเทนต์ให้ ‘ฉลาดขึ้น’ ด้วยการวางโครงสร้างที่เรียกว่า ‘Content Pillar‘ ค่ะ
บทความนี้ ปิ่นจะพาทุกคนไปเจาะลึกกันว่าจริง ๆ แล้ว Content Pillar คืออะไร มีบทบาทอย่างไรในทางการตลาด และมีความสำคัญอย่างไรกับธุรกิจ ไปติดตามพร้อม ๆ กันเลยค่ะ
Content Pillar คืออะไร?
Content Pillar คือ เสาหลัก หรือการกำหนดหมวดหมู่ แนวทาง เรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับเนื้อหาของคอนเทนต์ที่ต้องการนำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เกิดความสนใจมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นบทความ แคปชั่น รูปภาพ คลิปวิดีโอ รวมถึงยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้การสร้างคอนเทนต์เกิดความแตกต่าง ไม่ซ้ำซาก แต่ยังคงสอดคล้องกับจุดประสงค์หลักของการสื่อสาร และส่งผลโดยตรงต่อการทำ SEO อีกด้วย
ดังนั้นหากอธิบายให้เข้าใจง่าย Content Pillar คือ เทคนิคในการทำคอนเทนต์ประเภทหนึ่งที่ผู้ทำต้องมีการวางแผนอย่างรอบคอบในการนำเสนอไปยังผู้รับสาร ต้องการส่งข้อมูลเรื่องอะไร ตรงกับสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายอยากรู้หรือไม่ ไปจนถึงการหาไอเดีย แนวคิดต่าง ๆ สำหรับทำคอนเทนต์เพื่อให้ผู้คนมีส่วนร่วม เกิดการรับรู้ และตัดสินใจซื้อได้ง่ายและเร็วขึ้นกว่าเดิม
ในมุมมองเชิงกลยุทธ์ Content Pillar คือเนื้อหาที่ตอบคำถามใหญ่ ๆ ของกลุ่มเป้าหมายได้ครบถ้วน โดยมีลักษณะสำคัญ 3 ประการคือ:
- Comprehensive (ครอบคลุม): เป็นเนื้อหาที่ลงลึกและกว้างพอที่จะแตกยอดเป็นหัวข้อย่อยได้มากมาย
- Relevant (สัมพันธ์กับธุรกิจ): ต้องเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของคุณ และเป็นสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายกำลังค้นหาจริงๆ
- Evergreen (ยั่งยืน): มักจะเป็นเนื้อหาที่ไม่ล้าสมัยง่าย ๆ แบบ Evergreen Content สามารถสร้าง Traffic ได้ในระยะยาว (Long-term Value)
Content Pillar มีอะไรบ้าง?
ที่ Search Studio เราไม่ได้มองแค่การทำคอนเทนต์ให้คนเสิร์ชเจอ แต่เรามองถึงการทำคอนเทนต์ให้ “คนรัก” และ “จำแบรนด์ได้” ด้วยค่ะ ปิ่นจึงสรุป 5 Content Pillar สำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจสื่อสารได้ครบทุกมิติ ดังนี้

1. Gags (คอนเทนต์ตลกขบขัน / เล่นกับสถานการณ์)
ข้อความสั้น Quote หรือคำพูดสั้น ๆ สามารถอัปเดตข้อมูลได้ทุกวันเพื่อสร้างความตลกขบขัน กำลังใจ แรงบันดาลใจต่อผู้อ่าน หรือเสริมความรู้สึกเชิงบวกที่มีต่อแบรนด์
เป้าหมาย: สร้างความใกล้ชิดและยอดแชร์ หลายคนอาจมองว่าความตลกดูไม่เป็นมืออาชีพ แต่ในเชิงกลยุทธ์ Gags คือเครื่องมือชั้นดีในการละลายพฤติกรรมระหว่างแบรนด์กับลูกค้าค่ะ การหยิบเอา Pain Point ของลูกค้ามาล้อเลียนอย่างน่ารักหรือการทำ Meme ที่เกี่ยวกับธุรกิจของคุณ จะช่วยให้แบรนด์ดู “มีหัวใจ” และเข้าถึงง่ายขึ้น ซึ่งคอนเทนต์ประเภทนี้มักจะสร้าง Engagement ได้สูงที่สุด
2. Trend หรือ Occasion
เป็นการสร้างคอนเทนต์ด้วยวิธีหยิบกระแสที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนั้นมาทำเป็นเนื้อหาส่งไปถึงผู้รับสาร หรืออาจทำในโอกาสพิเศษต่าง ๆ ของธุรกิจเพื่อสร้างความประทับใจ ความสนุกสนาน ได้มีส่วนร่วมนั่นเองค่ะ แบรนด์ที่เติบโตยุคนี้ต้องหูไวตาไวนะคะ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมหาวิธีเชื่อมโยงเทรนด์นั้นกลับมาที่ Value ของแบรนด์ ให้เนียนที่สุดด้วย เพราะถ้าแค่เกาะกระแสแต่ลืมให้ความสำคัญกับ Branding ก็ไม่มีประโยชน์ค่ะ
เป้าหมาย: การนำธุรกิจของคุณไปเกาะเกี่ยวกับกระแสที่กำลังเป็นไวรัล (Real-time Marketing) ไม่ว่าจะเป็นข่าวสาร, เพลงฮิต, หรือประเด็นทางสังคม จะช่วยให้แบรนด์ดูทันสมัยและอยู่ในกระแสความสนใจเสมอ
3. Entertainment
ชัดเจนว่าการทำ Content Pillar ประเภทนี้จะเน้นการเอนเตอร์เทนท์ ความสนุกสนาน อาจจะเป็น Storytelling, วิดีโอสั้นน่าสนใจ หรือการตั้งคำถามให้ร่วมสนุก เน้นสร้างกิจกรรมเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมและรู้สึกดีต่อแบรนด์มากขึ้น
เป้าหมาย: สร้างเวลาที่ลูกค้าอยู่กับแบรนด์ ดูคอนเทนต์เพื่อความเพลิดเพลินโดยเฉพาะ ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าที่ได้กดติดตาม โดยที่เขายังไม่ต้องถูกขายของทันที เป็นการสร้างความบันเทิงที่แฝงภาพลักษณ์ของแบรนด์ไว้ในใจผู้บริโภค
4. Brand
เป็นการทำคอนเทนต์ที่นำเสนอข้อมูลของแบรนด์โดยตรง รวมถึงสินค้าหรือบริการต่าง ๆ ของธุรกิจเพื่อสร้าง Brand Awareness ภายใต้ความน่าเชื่อถือ โดยอาจจะเป็นคอนเทนต์เพื่อสื่อ Vision ของแบรนด์, เบื้องหลังการทำงาน (Behind the scenes), มาตรฐานการผลิต หรือความเชี่ยวชาญของทีมงานก็ได้ค่ะ
เป้าหมาย: ทำให้เกิดเชื่อมั่น (Trust & Authority) นี่คือหัวใจสำคัญที่บอกว่า “คุณคือใคร” และ “ทำไมต้องเลือกคุณ” ในเชิง SEO นี่คือส่วนที่ช่วยเสริม E-E-A-T (Experience, Expertise, Authoritativeness, Trustworthiness) ได้ดีที่สุดค่ะ
5. Campaign
คอนเทนต์เพื่อบอกกล่าวถึงแคมเปญ กิจกรรม โปรโมชั่น ผ่านวิธีส่งเสริมการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ ที่ธุรกิจสามารถเลือกทำได้ตามความเหมาะสม แต่คอนเทนต์ส่วนนี้ต้องมี Call to Action (CTA) ที่ชัดเจนและเร่งการตัดสินใจ เพื่อเปลี่ยนจาก Fanbase ให้กลายเป็น Customer ค่ะ
เป้าหมาย: กระตุ้นการตัดสินใจซื้อ (Conversion) มุ่งเน้นผลลัพธ์ทางการตลาดในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น การเปิดตัวสินค้าใหม่, โปรโมชั่นประจำเดือน หรือกิจกรรมร่วมสนุกชิงรางวัล
ซึ่งการนำ Content Pillar ทั้ง 5 ประเภทนี้ไปใช้ธุรกิจยังต้องประเมินความเหมาะสมของการโพสต์หรือนำเสนอไปถึงผู้รับสารด้วยการชั่งน้ำหนักว่าควรนำเสนอเรื่องไหน ให้น้ำหนักกี่เปอร์เซ็นต์ เช่น ถ้าแบรนด์ของคุณมีความขี้เล่น สื่อถึงความสนุกเป็นหลัก การเลือกนำเสนอคอนเทนต์กลุ่ม Entertainment, Gags และ Trend อาจให้น้ำหนักมากที่สุด ตามด้วยการทำ Campaign และ Brand เป็นต้น
ขั้นตอนการสร้าง Content Pillar

1. ศึกษากลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน
เมื่อการทำ Content Pillar มีจุดประสงค์หลักเพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย สิ่งแรกที่จะช่วยสร้างโอกาสแห่งความสำเร็จนั่นคือการศึกษากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อถึงให้ละเอียดมากที่สุด อาจเลือกใช้เทคนิควิเคราะห์แบบจำลอง หรือการทำแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง เพื่อหาข้อมูลจากตัวอย่างดังกล่าวให้ละเอียดทั้งความชอบ สิ่งที่สินค้าหรือบริการจะช่วยแก้ไขปัญหาได้ สิ่งที่ลูกค้าคาดหวัง
2. วางแนวทางการทำคอนเทนต์ให้ชัดเจน
ขั้นตอนต่อมาหลังจากเข้าใจกลุ่มเป้าหมายแล้วก็เข้าสู่การวางแผนคอนเทนต์แต่ละประเภทเพื่อให้สามารถสื่อไปถึงผู้รับสารได้อย่างตรงประเด็นมากที่สุด โดย Content Pillar ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนสุดคือ การแยกประเภทคอนเทนต์ที่ต้องการสร้างผ่าน 5 รูปแบบ Content Pillar ที่ได้นำเสนอไป แล้วทำโครงสร้างให้ละเอียดว่าประเภทไหนควรเลือกคอนเทนต์ลักษณะใดบ้าง
ซึ่งส่วนใหญ่จะทำเป็นตารางโดยมีหัวข้อทั้ง 5 ประเภท Content Pillar อยู่ด้านบนแล้วไล่เรียงลักษณะคอนเทนต์ที่จะทำมาเรื่อย ๆ ซึ่งแต่ละคอนเทนต์อาจแยกย่อยระบุเนื้อหาเฉพาะที่จะนำเสนอเพื่อป้องกันการทำซ้ำได้อีกด้วย
3. ศึกษาและวิเคราะห์คู่แข่ง
การทำธุรกิจย่อมหนีไม่พ้นคู่แข่งในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน การศึกษาคู่แข่งเหล่านี้อย่างละเอียดย่อมช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับแนวทางอันเหมาะสมเพื่อเพิ่มโอกาสในการแซงหน้าได้ เช่น การนำเนื้อหาของคู่แข่งมาวิเคราะห์ เรื่องไหนที่เกิดการมีส่วนร่วมเยอะก็ประเมินได้ว่าคอนเทนต์ลักษณะดังกล่าวตรงจริตของกลุ่มเป้าหมาย นั่นหมายถึงคุณสามารถนำมาใช้เป็นแนวทางหรือไอเดียเพื่อต่อยอดได้ เป็นต้น
4. เช็กเทรนด์ที่ใช่แล้วเริ่มทำคอนเทนต์ได้เลย
เมื่อคุณมีข้อมูลเพียงพอทั้งจากที่ธุรกิจได้หาเองบวกกับข้อมูลจากคู่แข่ง อย่าลืมเช็กเทรนด์ ความนิยม กระแสในช่วงเวลานั้น ๆ ที่กำลังมาแรงเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด จากนั้นก็เริ่มต้นทำคอนเทนต์ตามแผนที่วางเอาไว้ได้เลย
ประโยชน์ของการทำ Content Pillar
- ช่วยให้คอนเทนต์หรือเนื้อหาที่นำเสนอเข้าถีงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ซ้ำซาก มีความสดใหม่อยู่ตลอด
- สร้างการรับรู้ของแบรนด์ให้ขยายวงกว้างได้มากขึ้น เสริมภาพลักษณ์ที่ดี และยังเพิ่มโอกาสการสร้างยอดขาย ผลกำไรได้จริง
- มีส่วนสำคัญในการทำ SEO ให้เกิดผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจ ต่อยอดการตลาดออนไลน์ในด้านนี้เพิ่มเติมได้จริง
- เกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า มียอด traffic เข้าเว็บไซต์หรือ Fanpage เพิ่มขึ้น สามารถนำเอากลยุทธ์อื่นมาใช้งานต่อยอดในอนาคตได้จริง
สรุป
การทำ Content Pillar เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จในยุคที่โลกออนไลน์เข้ามามีบทบาทอย่างมาก จึงต้องมีการวางแผนให้ละเอียดทุกขั้นตอน เข้าใจหลักการสำคัญของเสาหลักเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีทั้งในเรื่องของภาพลักษณ์ ยอดขาย หรือแม้แต่การนำเอาข้อมูลที่ได้มาสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างธุรกิจกับลูกค้าไปปรับใช้ต่อยอดในอนาคต
หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจหรือนักการตลาดที่กำลังมองหาทางลัดในการยกระดับเว็บไซต์ด้วยกลยุทธ์ SEO ที่แม่นยำ และต้องการวางโครงสร้างคอนเทนต์ให้ตอบโจทย์ทั้ง User และ Algorithm ของ Google SEO Agency Search Studio เราไม่ได้ทำเพียงแค่ดันอันดับ แต่เราช่วยวางแผนกลยุทธ์ SEO แบบครบวงจรที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ เพื่อเปลี่ยนทุกการค้นหาให้เป็นโอกาสในการเติบโต เริ่มต้นวางรากฐานธุรกิจสู่ความสำเร็จไปกับเรา ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Search Studio ได้ที่ admin@searchstudio.co.th แล้วมาสร้างเว็บไซต์ที่ทรงพลังไปพร้อมกันนะคะ 🙂