มารู้จักโฆษณา Youtube กันว่ามีกี่แบบ แล้วแบบไหนเหมาะกับคุณ
Social Media

มารู้จักโฆษณา Youtube กันว่ามีกี่แบบ แล้วแบบไหนเหมาะกับคุณ

Pinmanut Katpun

สรุปบล็อกนี้

Key Takeaways

  • โฆษณา YouTube มีหลายรูปแบบ เช่น Skippable In-stream, Non-Skippable In-stream, Bumper Ads, Display Ads, Overlay Ads และ Masthead
  • Skippable In-stream ให้ผู้ชมกดข้ามได้หลัง 5 วินาที ส่วน Non-Skippable และ Bumper Ads (ไม่เกิน 6 วินาที) ข้ามไม่ได้
  • Masthead แสดงบนหน้าแรกของ YouTube เหมาะกับแคมเปญใหญ่ที่ต้องการการเข้าถึงสูง
  • เลือกรูปแบบโฆษณาให้เหมาะกับเป้าหมายและงบประมาณ เช่น สร้างการรับรู้ เพิ่มยอดวิว หรือกระตุ้นการคลิก

หากจะพูดถึงแหล่งรวมคลิปวีดีโอขนาดใหญ่ที่มีทุกอย่างให้ทุกเพศวัยเลือกดูแล้ว ไม่พูดถึง Youtube ก็เห็นจะไม่ได้ และยิ่งกระแสโลกในปัจจุบันที่ทุกคนไม่เพียงแต่เป็นผู้เสพย์สื่อเท่านั้น แต่หลายๆ คนก็เริ่มหันมาเป็นผู้สร้าง (Creator) ผันตัวมาเป็น Youtuber ผู้ให้ความบันเทิงแก่ผู้ชมกันเองก็เยอะขึ้น เพราะ Youtube มีค่าตอบแทนให้ยูทูปเบอร์ด้วยนั่นเอง เมื่อมีโฆษณามาลงในช่องด้วยก็ยิ่งรายได้ดีเข้าไปใหญ่ 

โฆษณาใน Youtube มาหลายแบบมาก ไม่ได้มีแต่แบบที่เราชอบกด Skip หรอกนะ ที่จะเรียกว่าโฆษณา รายละเอียดมันมีมากกว่านั้น แต่จะมีกี่แบบ แล้วถ้าเราสนใจจะใช้บริการ Youtube Ads อยากโปรโมทธุรกิจใน Youtube ต้องเลือกแบบไหนถึงจะคุ้ม เราจะเฉลยให้ฟัง!

ทำไมต้อง Youtube

อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วว่า Youtube เนี่ยเป็นที่นิยมอยากมากในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเบื่อเหงาเศร้าซึมขนาดไหน แค่เปิด Youtube ขึ้นมาเราก็แฮปปี้ขึ้นมาได้ในทันใดแล้วนั่นเอง ได้เลือกดูในส่ิงที่เราสนใจ ทำให้ใครๆ ก็ใช้งาน Youtube ยิ่งในไทยยิ่งมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างมากเชียวหล่ะ

ซึ่งจากสถิติการเข้าชม YouTube ในปี 2019 ก็พบว่ามีคนเข้าใช้งานดูวีดีโอบน Youtube เฉลี่ย 40 นาที/ครั้ง เลยทีเดียว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายถึง 62% เพราะชอบดูฟุตบอลและเกมเป็นหลัก ส่วนที่เหลือจะเป็นผู้หญิงที่ชอบดูพวกเหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์นั่นเอง และมีแนวโน้มว่า Youtube จะเติบโตมากขึ้นอีกราวๆ 50% เลยทีเดียวในปี 2020 นี้ 

โฆษณายูทูป (Youtube Ads) มีกี่แบบ

Display ads

โฆษณารูปแบบนี้จะเป็นลักษณะ Banner ขนาด 300×250 pixel ในหน้าต่างๆ ของ YouTube (เว้นแต่หน้า Homepage) โดยจะปรากฏอยู่ข้างๆ วีดีโอและอยู่เหนือ Suggest Video นั่นเอง

อุปกรณ์ที่เห็น Ads: Desktop

ขนาดของ Ads: 300×250 หรือ 300×60

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติม

Display-Ads-youtube

Overlay in-video ads

โฆษณาตัวนี้ก็คล้ายๆ กับตัว Banner รูปแบบแรกที่แสดงภาพหรือข้อความเท่านั้น แต่เป็นการแสดงซ้อนบนตัววีดีโอไปอีกที จะเห็นเมื่อเล่นวิดีโอไปถึงส่วนที่ตั้งค่าให้ใส่ Ads ตัวนี้ไว้

อุปกรณ์ที่เห็น Ads: Desktop

ขนาดของ Ads: 468×60 หรือ 728×90

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติม

Overlay-in-video-ads-youtube

TrueView in-streams ads

ตัวนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นตัวที่น่าเบื่อของเหล่าผู้ชมทั้งหลาย เพราะคนดูจะสามารถกดข้ามได้หลังจากดูคลิปโฆษณาไปแล้ว 5 วินาทีเท่านั้น เจ้าของช่องสามารถเลือกได้ว่าจะเอา Ads แบบไหนใส่ตอนต้น ตอนกลาง หรือตอนท้ายของวิดีโอตัวเอง และเจ้าของช่องจะได้เงินก็ต่อเมื่อ มีคนดูโฆษณาดังกล่าวเกิน 30 วินาที หรือจบวีดีโอแล้วเท่านั้น 

อุปกรณ์ที่เห็น Ads: Desktop, TV Screen และ Mobile

ขนาดของ Ads: วิดีโอ (ต้องอัพโหลดลง Youtube) ยาวเกิน 12 วินาที แต่ไม่เกิน 3 นาที

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติม

ตามตัวอย่างในรูปจะเห็นว่ามีการนับถอยหลัง โดยเริ่มจาก 5 วินาทีเพื่อให้เจอปุ่ม Skip ถ้าเราไม่กดโฆษณาจะเล่นไปเรื่อยๆ จนครบเวลา 2:24 นาทีของโฆษณาเต็ม 

TrueView-in-streams-ads-youtube

TrueView in-display ads

วีดีโอจะไปปรากฎอยู่ข้างๆ หรือข้างล่างของตัววีดีโอหลัก ซึ่งตรงนี้เราสามารถเลือกแสดงโฆษณากับกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการให้เห็นตัวโฆษณานี้ได้ (เช่นจากคีย์เวิร์ดค้นหา เป็นต้น) นอกจากนี้แล้ว โฆษณาดังกล่าวจะคิดเงินกับคนลงโฆษณาต่อเมื่อมีการคลิกเข้าไปดูวีดีโอเท่านั้น

อุปกรณ์ที่เห็น Ads: Desktop และ Mobile

ขนาดของ Ads: วิดีโอ (ต้องอัพโหลดลง Youtube) ขนาดไฟล์ไม่เกิน 1GB

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติม

TrueView in-display ads

TrueView in-search ads

โฆษณารูปแบบนี้จะทำให้วีดีโอของเราไปติดอยู่ Top Rank ของการค้นหาโดยผู้ใช้งาน YouTube ซึ่งโฆษณาประเภทนี้ก็จะคล้ายกับ TrueView อื่นๆ ที่จะเก็บเงินผู้ลงโฆษณาต่อเมื่อมีการคลิกดูวีดีโอหรือคลิกที่ลิงก์โฆษณานั้นๆ เท่านั้น

อุปกรณ์ที่เห็น Ads: Desktop และ Mobile

ขนาดของ Ads: หัวข้อในรูปแบบข้อความไม่เกิน 25 ตัวอักษร (อาจแตกต่างกันไปตามอุปกรณ์) คำอธิบายไม่เกิน 2 บรรทัด

คลิกเพื่ออ่านเพิ่มเติม

TrueView-in-search-ads-youtube

Non-Skippable in-stream ads

คล้ายๆ กับ TrueView in-stream ads ที่เป็นการแทรกอยู่ในช่วงตอน กลาง หรือท้ายของวิดีโอที่เราดู แต่มีข้อจำกัดที่โหดกว่า คือคนต้องดูวีดีโฆษณาให้จบก่อนแล้วถึงจะดูคอนเทนต์หลักได้ วิดีโอนั้นนานถึง 15 วินาที ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นรูปแบบโฆษณาที่ผู้ชมน่าจะหงุดหงิดมากที่สุดแล้วก็ว่าได้   

อุปกรณ์ที่เห็น Ads: Desktop และ Mobile

ขนาดของ Ads: วิดีโอ (ต้องอัพโหลดลง Youtube) ยาวเกิน 15-20 วินาที

Non-Skippable-in-stream-ads-youtube

Bumper ads

วิดีโอโฆษณาแบบที่กดข้ามไม่ได้เช่นกัน แต่เป็นที่นิยมมากกว่าเนื่องจากมีความยาวที่สั้นมาก อยู่ที่ประมาณเพียง 6 วินาทีเท่านั้น จึงสร้างความรำคาญน้อยกว่าโฆษณาที่กดข้ามได้เสียอีก เพราะไม่ต้องไปกดข้ามด้วยซ้ำ เพียงทนฟัง 6 วินาทีก็จะได้รับชมวิดีโอแล้วนั่นเอง

อุปกรณ์ที่เห็น Ads: Desktop, TV Screen และ Mobile

ขนาดของ Ads: วิดีโอ (ต้องอัพโหลดลง Youtube) ความยาว 6 วินาที

Mastheads

ตัวนี้เป็นแบนเนอร์หรือวิดีโอไร้เสียง (ระยะเวลา 30 วินาที) ขนาดใหญ่บนหน้า Homepage ขนาด 970×250 pixel ซึ่งจะเป็นแบบ Standard Size หรือจะเป็น Expandable Size ก็ได้

อุปกรณ์ที่เห็น Ads: Desktop, TV Screen และ Mobile

ขนาดของ Ads: Widescreen, 16:9, 970×250 pixel

Mastheads-youtube

Mastheads-mobile-youtube

โฆษณา Youtube แบบไหนเหมาะกับธุรกิจแบบไหน

Mastheads 

มีลักษณะเป็นป้ายขนาดใหญ่ที่ส่วนหัวของ Homepage มีขนาด standard 970×250 pixel หรือจะเป็น Expandable size 970×500 pixel ซึ่งเราสามารถใส่ลูกเล่นเป็น Multi-Functionได้ จึงเหมาะกับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการจะโปรโมทสินค้าใหม่ๆ ที่ต้องการการเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่

Display ads (Banners) 

คล้ายๆ กับแบบแรก จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการจะโปรโมทสินค้าของเราให้เป็นที่โดดเด่นและเห็นชัดในสายตาของลูกค้า

Overlay-in-Video ads 

คือป้ายโฆษณา Banner ที่ซ่อนอยู่บนตัววิดิโอ Content ที่ให้ผู้ชมคอยกดซ่อนได้ ก็จะเหมาะกับธุรกิจทั่วๆ ไป ที่เราอยากจะให้ผู้ชมได้เห็นสินค้าของเราผ่านตาบ้าง ถ้าลูกค้าสนใจก็สามารถกดเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มได้อะไรทำนองนั้น

Trueview in-streams ads 

นับว่าเป็นโฆษณาที่ค่อนข้างเด่น ส่วนใหญ่จะเป็นวิดีโอเพื่อเล่นถ่ายทอดเรื่องราวของแบรนด์ ดังนั้น ถ้าเราต้องการจะขายโฆษณาให้เป็นไปในทางน่าสนใจหรือโน้มน้าวใจลูกค้าด้วยวีดีโอ รูปแบบนี้ก็น่าสนไม่แพ้กัน โดยการคิดค่าโฆษณาจะขึ้นอยู่กับการดูคลิป ซึ่งจะคิดเงินก็ต่อเมื่อดูเกิน 30 วินาทีหรือจนกว่า Video จะจบโดยไม่มีการกดข้าม 

Trueview in-display ads 

cost จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีการคลิกเข้าชม Video ของเรา ดังนั้น ต้องนำเสนอรูปแบบโฆษณาให้ดูน่าสนใจที่สุดเพื่อล่อตาล่อใจให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกอยากจะเข้ามาดูต่อนั่นเอง

Trueview in-search ads   

จะคล้ายกับการซื้อ google search network การคิด cost เกิดขึ้นเมื่อมีการคลิกที่ Link เพื่อเข้าไปดูโฆษณา

Non-Skippable in-stream ads 

Video โฆษณาในคลิปหลักเหมือน Trueview in-stream ads แต่จะเป็นการบังคับให้ user ต้องดูโฆษณา Video ของเราจนจบ ก่อนที่จะเข้าถึง Video หลักได้ และต้องมีความยาวไม่เกิน 20 วินาที และจะคิดค่าโฆษณาการเห็นต่อ 1,000 ครั้ง

Bumper ads

โฆษณาในรูปแบบที่บังคับให้คนดูให้จบภายในเวลาเพียง 6 วินาที ซึ่งถือว่าเวลาน้อยกว่า Non-Skippable ads แบบปกติถึงเท่าตัว เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการเน้นการเข้าถึง (Reach) และความถี่ที่จะเข้าถึงผู้ใช้ (Frequency)

ได้เวลาลงมือทำ

ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า ทั้ง 7 รูปแบบขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและวัตถุประสงค์ของแต่ละแบรนด์ รวมไปถึงเนื้อหาในความคิดสร้างสรรค์ที่จะทำให้ผู้คนไม่กดข้ามไป ดังนั้นมันไม่ได้มีแค่เพียงจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณาเท่านั้น แต่มันยังต้องคิดไปถึงเรื่องโปรดัคชันและการลงทุนที่อาจจะสูง ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่พร้อม หรือมีเงินทุนจำกัด เพราะมันมีรายละเอียดยิบย่อยและเรื่องของค่าใช้จ่ายในส่วนที่เรายังมองไม่เห็นอีกมากอยู่พอสมควร สำหรับธุรกิจที่มีงบจำกัด การทำ SEO ทั้งบนเว็บไซต์และ YouTube เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ลูกค้าค้นเจอคุณได้ในระยะยาวค่ะ

Frequently Asked
Questions

Book your call
YouTube Ads คืออะไร?

YouTube Ads คือการลงโฆษณาบน YouTube เพื่อให้แบรนด์เข้าถึงผู้ชมทุกเพศทุกวัยที่ใช้ YouTube ทั้งบนคอมพิวเตอร์ มือถือ และทีวี มีทั้งแบบวิดีโอและแบบแบนเนอร์

โฆษณา YouTube มีกี่แบบ?

บทความแนะนำหลายรูปแบบ เช่น วิดีโอแบบข้ามได้ (Skippable In-Stream), วิดีโอแบบข้ามไม่ได้ (Non-Skippable In-Stream), Bumper Ads ความยาว 6 วินาที และ Masthead แบนเนอร์ขนาดใหญ่บนหน้าแรกของ YouTube

Bumper Ads คืออะไร?

Bumper Ads คือวิดีโอโฆษณาความยาว 6 วินาทีที่กดข้ามไม่ได้ ได้รับความนิยมเพราะสั้นและไม่รบกวนผู้ชมมากนัก เหมาะกับการสื่อสารข้อความสั้น ๆ ให้จดจำง่าย

Masthead บน YouTube เหมาะกับใคร?

Masthead คือแบนเนอร์หรือวิดีโอขนาดใหญ่ที่ด้านบนของหน้าแรก YouTube เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการให้คนเห็นจำนวนมากในเวลาสั้น ๆ เช่น การเปิดตัวสินค้าใหม่

โฆษณาแบบข้ามได้กับข้ามไม่ได้ต่างกันอย่างไร?

แบบข้ามได้ (Skippable) ผู้ชมกดข้ามได้หลังดูไปช่วงหนึ่ง ส่วนแบบข้ามไม่ได้ (Non-Skippable) บังคับให้ผู้ชมดูโฆษณาจนจบก่อนดูวิดีโอหลัก เหมาะกับข้อความที่ต้องการให้คนเห็นครบ

Pinmanut Katpun

Pinmanut Katpun

SEO Specialist

เพราะโลกการค้นหาข้อมูลเปลี่ยนไปไวมาก ปิ่นจึงอยากช่วยให้แบรนด์คงความโดดเด่นทั้งบน Search Engine และเครื่องมือ AI ต่างๆ ปิ่นนำความรู้ด้าน SEO มาผสมผสานกับ AIO (AI Optimization) เพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์สิ่งที่คนค้นหาจริงๆ พร้อมทั้งคอยปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บและทดลองแนวทางใหม่ๆ เพื่อพาแบรนด์ของคุณไปเจอลูกค้าที่ใช่และเติบโตในโลกออนไลน์

Other Posts

ช่วยให้ธุรกิจของคุณถูกค้นเจอบน
Google และ AI Search

สร้างการเติบโตจากการค้นหา ด้วยกลยุทธ์ SEO ที่ออกแบบมาเพื่อทั้ง Google และ AI Search

รับคำปรึกษาฟรี