เพราะในบางครั้งบทความ เนื้อหาต่าง ๆ ที่ปรากฎในสื่อออนไลน์ก็มีอายุการเก็บรักษาในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น แม้ว่าจะมีเนื้อหาที่น่าดึงดูดแค่ไหนก็ตาม แต่สำหรับ Evergreen Content ถือเป็นสิ่งตรงกันข้ามอย่างเห็นชัด เพราะเป็นแนวทางการเขียนคอนเทนต์ที่จะช่วยสร้างการรับรู้(Awareness) ในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และดึงดูดผู้ชมผู้อ่านให้สนใจได้ตลอดเวลา ซึ่งจริงๆ แล้ว Evergreen Content คืออะไร? และมีแนวทางการเขียนอย่างไรให้ปังบ้างนั้น ตามมาไขข้อสงสัยกันได้เลยค่ะ
Evergreen Content คืออะไร?
Evergreen Content คือ ประเภทการทำคอนเทนต์ในสื่อออนไลน์ที่มีความสดใหม่ยาวนาน ไม่ได้มีความเขื่อมโยงกับเหตุการณ์ ณ ปัจจุบัน หรือช่วงเวลานั้นๆ สามารถตอบโจทย์ความสนใจของผู้ค้นคว้าได้ตลอดเวลา และมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ คอยให้ความรู้ความเข้าใจแก่ผู้คนคว้าได้อยู่เสมอ Evergreen Content จึงเปรียบเสมือนกับต้นไม้ที่เจริญงอกงามเขียวชอุ่มตลอดปีนั่นเองค่ะ โดยหัวข้อ หรือรูปแบบการเขียน Evergreen Content ยอดนิยม มีดังนี้
- คอนเทนต์ How to สอนทำสิ่งต่างๆ เช่น How to การทำ SEO ให้มีคุณภาพช่วยเพิ่ม Organic Traffic
- บทความประเภท Listicles หรือบทความประเภทลิสต์รายการ เช่น 7 เทคนิคการเขียน Evergreen Content
- คอนเทนต์รีวิว หรือแนะนำผลิตภัณฑ์ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ
- บทความเกี่ยวกับเคล็ดลับ (Tips) เช่น เคล็ดลับในการลดน้ำหนักด้วยแอปเปิ้ลไซเดอร์
- บทความสารานุกรม หรือพวกอภิธานศัพท์
Evergreen Content VS Tropical Content ต่างกันยังไง
อย่างที่รู้กันเบื้องต้นว่า Evergreen Content เป็นหนึ่งในรูปแบบของการผลิตเนื้อหาคอนเทนต์ ซึ่งยังมีอีกหนึ่งประเภทคอนเทนต์ที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน ได้แก่ Tropical Content คือ คอนเทนต์ที่มักมีเนื้อหาอยู่ในกระแส เป็นไวรัล หรืออยู่ในเทรนด์ มาไวไปไว มักมีการแข่งขันในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่สูงมาก ๆ เพราะใช้เวลาผลิตรวดเร็วเพื่อให้ทันเหตุการณ์ มักมาในรูปแบบคอนเทนต์สไตล์ข่าว ตัวเลข สถิติต่าง ๆ ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาในอนาคต
เทคนิคการเขียน Evergreen Content เขียนยังไงให้คงคุณภาพ
- เลือกหัวข้อการเขียนที่เฉพาะเจาะจง
หากคุณเขียน Evergreen Content แล้วเลือกหัวข้อที่กว้างเกินไป นอกจากจะมีเนื้อหาที่ยาวเหยียด หาสาระสำคัญได้ยากแล้ว ก็มีแนวโน้มสูงมากๆ ที่ผู้อ่านจะอ่านไม่จบ และเลิกสนใจบทความของคุณ ฉะนั้นเวลาเขียน Evergreen Content ควรเข้าใจ Search Intent ของผู้ค้นหาอย่างแท้จริงก่อนจะเลือกหัวข้อที่มีความเฉพาะเจาะจง โดดเด่น เข้าใจง่ายตั้งแต่ชื่อบทความไปจนถึงรายละเอียดปลีกย่อยในบทความ แต่ถ้าจำเป็นต้องเขียนหัวข้อบทความที่กว้างจริงๆ ก็ควรวางแผนแตกเป็นหัวข้อย่อยต่างๆ เท่านี้ก็จะชวนดึงดูดใจน่าอ่านกว่าเดิมแล้วล่ะค่ะ
- อาศัยการทำ SEO ร่วมด้วย
เมื่อไหร่ที่ได้หัวข้อ หรือคีย์เวิร์ดที่เหมาะสมในการเขียน Evergreen Content แล้ว และตั้งใจเขียนรายละเอียดต่าง ๆ ให้มีคุณค่าเพียงพอจะดึงดูดผู้อ่านแล้ว แนะนำว่าควรอาศัยการทำ SEO เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสการเข้าถึงเนื้อหามากขึ้นร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นการใส่คีย์เวิร์ดในชื่อเรื่อง แทรกในรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ในบทความ ใส่คีย์เวิร์ดใน URL ข้อความแสดงในรูปภาพ (Alt Text) รวมไปถึงการเชื่อมโยงลิงก์ต่างๆ เพื่อปรับปรุงคุณภาพ SEO ให้ดียิ่งขึ้น
- วางโครงสร้างบทความให้ “สแกนแล้วเข้าใจ”
แม้ว่าคุณจะรู้สึกอยากแชร์ประสบการณ์ความรู้เชิงลึกที่มีอยู่มากมายลงในบทความ หรือทำให้บทความดูมีความน่าเชื่อถือ แต่ต้องอย่าลืมว่าหัวใจหลักในการทำ Evergreen Content นั้นควรเป็นการสื่อสารให้คนอ่านที่ไม่รู้เรื่องราวนั้นๆ เข้าใจและเข้าถึงได้ง่ายมากยิ่งขึ้นค่ะ ดังนั้น ควรใช้หัวข้อย่อย H2/H3 ให้ชัด แบ่งย่อหน้าไม่ยาวเกินไป และมีสรุปเป็นระยะ เช่น สรุปสั้น ๆ หลังหัวข้อใหญ่ หรือสรุปท้ายบทความ เพราะคนอ่านจะรู้สึกว่าบทความไม่เหนื่อย และมีโอกาสอ่านจนจบมากขึ้น
- อย่าใช้ศัพท์เฉพาะทางเกินไป
เพราะคนที่ตัดสินใจเข้ามาอ่าน Evergreen Content มักจะต้องการเข้าใจสิ่งนั้นอย่างรวดเร็วและนำไปใช้งานได้ทันที ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้อย่าใช้ศัพท์เฉพาะทางที่เข้าใจยากเกินไป แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้ศัพท์เทคนิคที่มีความเฉพาะเจาะจงจริงๆ ก็ควรมีการอธิบายความหมายคำศัพท์เหล่านั้นร่วมด้วยนะคะ
- เลี่ยงการใช้ศัพท์บ่งบอกระยะเวลา
อย่างที่บอกไปว่า Evergreen Content คือคอนเทนต์ที่อยู่เหนือกาลเวลาต่างจาก Tropical Content ที่เป็นคอนเทนต์ตามเทรนด์ ตามกระแส ฉะนั้นถ้าอยากเขียน Evergreen Content ให้ปังจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเลี่ยงการใช้ศัพท์บ่งบอกระยะเวลา เช่น วัน เดือน ปี เมื่อวาน วันนี้ ปีก่อน เพราะมิเช่นนั้นอาจทำให้บทความดูเก่าเร็วได้ค่ะ
- หมั่น Refresh เนื้อหาบทความอยู่เสมอ
แม้ว่า Evergreen Content จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มคอนเทนต์ที่มีคุณค่าอยู่เหนือกาลเวลา แต่คุณควรตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ ในบทความให้ละเอียดว่ามีเนื้อหาในส่วนไหนควรปรับเปลี่ยน หรืออัปเดทรายละเอียดเพิ่มเติมหรือไม่ รวมไปถึงเพิ่มลิงก์ เพิ่มสื่อต่างๆ ให้เหมาะสม เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณการค้นหา เพิ่มการมองเห็นและการเข้าถึงบทความนั้นๆ ได้มากขึ้นนั่นเองค่ะ
- ใส่ FAQ ที่ตอบคำถามต่อยอด
FAQ ช่วยทั้งคนอ่านและ SEO เพราะมันเก็บคำถามที่คนมักสงสัยไว้ในหน้าเดียว
แนะนำให้ทำ FAQ ที่เป็น “คำถามต่อเนื่อง” จากเนื้อหา เช่น
- ถ้าทำแบบนี้แล้วจะเกิดอะไรขึ้น
- ใช้เวลานานไหม
- มือใหม่ควรเริ่มตรงไหน
คำถามพวกนี้ทำให้บทความสมบูรณ์ และเพิ่มโอกาสที่คนจะอยู่ในหน้าเว็บนานขึ้น
บทส่งท้าย
เรียกได้ว่า Evergreen Content ถือเป็นแนวทางการทำคอนเทนต์ ทำบทความที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะมีความหลากหลายทางเนื้อหาค่อนข้างสูงและยังมีแนวทางเนื้อหาที่เป็นอมตะอยู่เหนือกาลเวลาไม่ต่างจากต้นไม้ที่เขียวชอุ่มอยู่ตลอดปีตามคอนเซ็ปต์ Evergreen ทั้งนี้ก็อย่าลืมคำนึงถึงคุณภาพของบทความที่เหมาะสม หรือผสมผสานแนวทางการเขียน Content รูปแบบอื่นๆ อย่างเช่น Tropical Content หรือคอนเทนต์ตามกระแสร่วมด้วยเพื่อให้เกิดการรับรู้ของคนให้ได้มากและยั่งยืนมากที่สุด
และเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์ธุรกิจของคุณติดอันดับหน้าค้นหา ที่ Search Studio เรามีบริการรับทำ SEO โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ สามารถติดต่อเราเพื่อขอรับคำปรึกษาแนวทางในการทำ SEO ได้ที่ admin@searchstudio.co.th
FAQ - คำถามที่พบบ่อย
Evergreen Content คือคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาสดใหม่และเป็นที่ต้องการของผู้อ่านอยู่เสมอ ไม่ล้าสมัยไปตามกาลเวลา (เหมือนต้นไม้ที่ไม่ผลัดใบ) เช่น บทความวิธีการ (How-to), คู่มือการใช้งาน หรือการตอบคำถามพื้นฐานในอุตสาหกรรม คอนเทนต์ประเภทนี้สำคัญมากเพราะสามารถดึงคนเข้าเว็บไซต์ (Traffic) ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและประหยัดงบประมาณในการโฆษณาได้มหาศาล
หัวใจสำคัญคือการวิเคราะห์ Search Intent หรือเจตนาในการค้นหาของผู้ใช้ ซึ่งต้องใช้เครื่องมือวิเคราะห์ SEO ระดับมืออาชีพในการดูปริมาณการค้นหา (Search Volume) และระดับการแข่งขัน หากคุณไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน การให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญจาก Search Studio ช่วยวิเคราะห์ข้อมูล จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาและมั่นใจได้ว่าคอนเทนต์ที่ผลิตออกมาจะสร้าง ROI (ผลตอบแทน) ได้จริง
การเขียนเนื้อหาให้ดีนั้นทำได้ แต่การทำให้ “ติดอันดับบน Google” และ “อยู่รอดจากอัลกอริทึมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” เป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะต้องอาศัยการทำ Keyword Research ที่แม่นยำ การปรับโครงสร้าง On-Page SEO และการสร้าง Backlink ที่มีคุณภาพ นี่คือเหตุผลที่แบรนด์ส่วนใหญ่เลือกปรึกษา SEO Agency เพื่อวางกลยุทธ์ให้เนื้อหาเหล่านั้นทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด
ควรทำ โดยเฉพาะถ้าต้องการทราฟฟิกจาก Google อย่างจริงจัง เพราะคีย์เวิร์ดที่คล้ายกันอาจมี Intent ต่างกันมาก ซึ่ง SEO agency จะช่วยเลือกคำที่ “มีโอกาสติด” และจัดกลุ่มหัวข้อให้ไม่ชนกันจนเกิด keyword cannibalization
ช่วยตั้งแต่ก่อนเขียนจนหลังเผยแพร่ เช่น วางหัวข้อให้ตรงคีย์เวิร์ด/Intent, จัดโครงสร้าง H2/H3, วางคีย์เวิร์ดรองแบบไม่ดูล้นจนเกินไป, ทำ internal linking, เพิ่ม FAQ, ปรับ technical จุดเล็ก ๆ ที่ทำให้บทความขึ้นอันดับง่ายขึ้น และวางแผนให้บทความเป็น Content Pillar ที่พาเว็บโตต่อเนื่อง