SEO หรือ Search Engine Optimization คือการใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้เว็บไซต์ของเรา เพื่อให้เว็บไซต์มีโอกาสแสดงผลบนหน้าแรกของ Google เมื่อผู้ใช้งานค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเจ้าของเว็บไซต์ บล็อก และธุรกิจออนไลน์ที่ต้องการเพิ่มการมองเห็นโดยไม่ต้องพึ่งโฆษณาเพียงอย่างเดียว
เมื่อเว็บไซต์มีผู้เข้าชมมากขึ้น (Traffic) ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงสินค้า บริการ หรือข้อมูลที่เรานำเสนอได้มากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น ก่อนจะลงลึกถึงเทคนิค SEO ต่างๆ การทำความเข้าใจคำศัพท์ SEO พื้นฐาน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ บทความนี้ได้รวบรวม 34 คำศัพท์เกี่ยวกับ SEO ที่มือใหม่ควรรู้ พร้อมคำอธิบายแบบสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย

1. Alt Attribute
บางคนรู้จักกันในนามของ ALT TAG ซึ่งมันก็คือชื่อของรูปในเชิง HTML ที่มีไว้สำหรับใส่แนบกับรูปเพื่ออธิบายรูปต่างๆ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้ Google เข้าใจว่ารูปนั้นคือรูปอะไรแล้วเกี่ยวข้องกับคำค้นหาหรือเนื้อหาของหน้านั้นมากน้อยแค่ไหน
2. Anchor Text
ลิงค์ตัวอักษรที่เมื่อเรากดคลิกไปที่มันแล้วนั้น จะเด้งไปยังหน้าที่เราต้องการได้เลย
3. Backlink
หรือ Incoming Link มันก็คือลิงค์ที่ชี้กลับมาที่เว็บไซต์เราจากเว็บไซต์อื่นๆ
4. Branded Keyword
เป็นการค้นหาแบบเฉพาะเจาะจงแบรนด์ ลูกค้าหรือผู้ค้นหาจะทำการค้นหาข้อมูลโดยการระบุชื่อบริษัทหรือชื่อแบรนด์ลงไปเลย
5. Canonical URL
ก็คือ URL ของหน้าเพจนั้นๆ นั่นเอง URL ของหนึ่งเว็บไซต์อาจมีได้หลายเวอร์ชัน ซึ่งสุดท้ายแล้วไปลงท้ายที่เว็บๆ เดียว เช่น การพิมพ์ชื่อเว็บแบบบางครั้งก็มี www หรือ บางครั้งก็ไม่มี www แต่ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีก็หมายถึงเว็บไซต์เดียวกับ ในกรณีแบบนี้ถ้าเรา HTML tag ไป เพื่อบอกว่าเพจที่เราหมายถึงคือเวอร์ชันนี้ หน้านี้เลยนะ URL ที่เราระบุก็คือ Cononical URL จะช่วยให้ Google ไม่สับสนแล้วเพจไหนที่เราต้องการให้แสดงผลการค้นหา
6. Do-follow
เป็นชื่อเรียกประเภทของลิงค์ที่เรายินยอมให้ Robot ของ Search Engine นับว่าเป็น Backlink และให้นำไปเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อการจัดอันดับได้ ตรงข้ามกับ no-follow ที่ก็คือไม่ยิมยอมหรือไม่ให้ Google นับหรือนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการจัดจัดอันดับเพจ
7. Domain Authority
เป็นหลักการให้คะแนนเว็บไซต์ที่มีคุณภาพเพื่อนำไปจัดทำ Index Google โดยมีคะแนนตั้งแต่ 1-100 คะแนนเหล่านี้จะค่อยๆ ขยับขึ้นได้เมื่อเราพัฒนาเว็บไซต์ของเราให้มันความน่าเชื่อถือมากขึ้นตามลำดับ
8. Duplicate Content
เมื่อเกิดเนื้อหาซ้ำกันในเว็บไซต์ Google จะทำการเลือกเนื้อหาที่คิดว่าดีที่สุดมาแสดงในหน้าแสดงผลการค้นหา
9. External Link
เป็นชื่อเรียกประเภทของลิงค์ เมื่อลิงค์นั้นเป็นลิงค์ที่พาเราออกไปภายนอกเว็บไซต์ของเรา
10. Featured Snippet
เวลาที่เราพิมพ์ค้นหาข้อมูลลงบน Google บางครั้งจะมีคำตอบขึ้นมาด้านบนเป็นกรอบสี่เหลี่ยม โดยเกิดจากการที่ Google นำข้อมูลที่มียอดคลิกสูงสุด หรือข้อมูลที่คิดว่ามีประโยชน์มาแสดงนั่นเอง
11. Google Search Console
เป็นบริการเครื่องมือจาก Google ที่ช่วยให้เราสามารถเช็คเว็บไซต์ของเราว่าเราปรากฏในหน้าแสดงผลการค้นหาอย่างไรบ้าง เพื่อที่เราจะสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการวางแผนใช้เทคนิคเพื่อดึงลำดับเว็บไซต์เราให้สูงขึ้นต่อไป
12. Heading
หมายถึงหัวข้อของคอนเทนต์ของเรา ซึ่งในเชิง HTML จะมีการแนบ tag เพื่อให้ Google เข้าใจว่าตรงส่วนนี้เป็นหัวข้อเรื่อง ช่วยในการประมวลผลในการปรากฏในหน้าแสดงผลการค้นหา
13. HTML
ตัวย่อของคำว่า Hypertext Markup Language ซึ่งก็คือภาษาหลักที่ใช้ในการเขียนเว็บเพจ โดยใช้ Tag ในการกำหนดการแสดงผล
14. Inbound Link
คือลิงค์ที่เกิดขึ้นจากการลิงค์ไปมาภายในเว็บไซต์ของเราเอง เป็นการแสดงถึงความเชื่อมโยงของคอนเทนต์ในเว็บไซต์ของเรา ซึ่งถ้าเพจไหนมี Inbound Link ก็จะเป็นผลดีต่อ SEO
15. Index
มีสองความหมาย ในเชิงคำนามคำนี้จะหมายถึงข้อมูลหรือ database ของเว็บไซต์ที่ Google สามารถดึงข้อมูลมาแสดงผลได้ ถ้าเป็นคำกริยาจะหมายถึงกระบวนการขณะที่ Google ทำการประมวลผลและดึงเพจใหม่ๆ เข้าสู่ database นั่นเอง
16. IP Address
หมายเลขที่ได้ระบุตัวตนของเครื่องคอมพิวเตอร์
17. Keyword
คำหรือวลีที่ช่วยให้ผู้เข้าชมใช้ในการค้นหา ในทาง SEO เราสามารถใช้ Keywords เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน Google พบเห็นเว็บไซต์ของเราได้ง่ายขึ้น
18. Keyword Research
คือการค้นคว้าคำหรือวลีที่ผู้ใช้งาน Google ใช้งานการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ใช้เป็นกระบวนการประกอบขณะผลิตเนื้อหาคอนเทนต์บนเว็บไซต์
19. Link
คือการเชื่อมโยงข้อมูลจากสื่อหนึ่งไปอีกสื่อหนึ่งได้โดยคลิกเม้าส์ครั้งเดียว
20. Link Building
กระบวนการสร้างลิงค์บนเว็บไซต์อื่นๆ ทำให้มีลิงค์ชี้กลับเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา
21. Long-Tail Keyword
เป็นคีย์เวิร์ดที่มีขนาด 3-4 คำขึ้นไปต่อกัน อาจเป็นลักษณะคำถาม มีความซับซ้อนละเอียด และเจาะจงกว่าเดิม
22. Title Tag
คือส่วนหัวข้อเรื่องของเว็บเพจนั้นๆ เพื่อบ่งชี้ว่าเพจนั้นเกี่ยวกับอะไร ส่วนนี้จะปรากฏในหน้าแสดงผลการค้นหา โดยมากจะมีความยาวไม่เกิน 70 ตัวอักษรโดยประมาณ
23. Meta Description
คือคำอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บไซต์และเพจนั้น คำอธิบายส่วนนี้จะปรากฏในหน้าแสดงผลการค้นหา โดยมากจะมีความยาวไม่เกิน 160 ตัวอักษรโดยประมาณ
24. Meta Keywords
คือการใส่คีย์เวิร์ดไว้ในโค้ดของหน้าเว็บ ซึ่งในปัจจุบัน Google ได้ยืนยันแล้วว่าไม่ใช้ Meta Keywords เป็นปัจจัยในการจัดอันดับ ทำให้เทคนิคนี้ไม่จำเป็นสำหรับการทำ SEO อีกต่อไป
25. No-follow Attribute
การตั้งค่าประเภทของลิงค์ขึ้นมาเพื่อไม่ให้ Google ดึงข้อมูลเกี่ยวกับลิงค์ที่มี attribute ดังกล่าวไป เนื่องจากลิงค์นั้นๆ อาจเป็นลิงค์ที่เราไม่ต้องการ เพราะอาจเป็นลิงค์ที่มีบุคคลภายนอกเข้ามาโพสในลักษณะการสแปม
26. Off-Page SEO
เทคนิคการทำ SEO ด้วยวิธีต่างๆ ที่เกิดขึ้นนอกเว็บไซต์ของเรา เช่น Link Building เป็นต้น
27. On-Page SEO
เทคนิคการทำ SEO ด้วยวิธีต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในเว็บไซต์ของเราเอง เช่น การปรับปรุงเพจด้วยวิธีต่างๆ ให้ Google มาดึงข้อมูลเพจของเราเพจนั้นไปขึ้นในการแสดงผลได้ง่ายขึ้น
28. Organic Search
ยอด Traffic ที่ได้รับจากหน้าแสดงผลการค้นหาของ Google หรือ Search Engines อื่นๆ โดยไม่นับยอดจากการซื้อ Google Ads แต่อย่างใด
29. Page Speed
ค่าความเร็วในการโหลดหน้าเว็บไซต์
30. Rank หรือ Ranking
การจัดอันดับการค้นหา
31. Search Engine
ระบบเว็บไซต์ที่ไว้สำหรับการค้นหาข้อมูล เช่น Google / Bing
32. Search Engine Result Page (SERP)
หน้าแสดงผลการค้นหาใน Google
33. Sitemap
แผนผังโครงสร้างเว็บไซต์เรา หรือหน้าที่รวบรวมลิงค์ทั้งหมดในเว็บไซต์ของเรา
34. URL
ย่อมาจาก Uniform Resource Locator หรือที่อยู่เว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตนั่นเอง
สรุป

การทำความเข้าใจคำศัพท์ SEO พื้นฐานไม่ใช่แค่เรื่องของการท่องจำ แต่คือการสร้าง “กรอบความคิด” ที่ถูกต้องในการทำเว็บไซต์ เมื่อเรารู้ว่าแต่ละคำหมายถึงอะไร เช่น Keyword, Backlink, On-Page SEO หรือ Technical SEO ก็จะช่วยให้เราวางแผนการทำคอนเทนต์ ปรับโครงสร้างเว็บไซต์ และตัดสินใจเลือกใช้เครื่องมือหรือเทคนิคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ การเริ่มต้นจากความเข้าใจคำศัพท์จะช่วยลดความสับสน และทำให้การเรียนรู้ SEO เป็นเรื่องที่เป็นระบบมากกว่าเดิม
หากคุณต้องการนำความรู้เหล่านี้ไปต่อยอดสู่การทำ SEO อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการวางกลยุทธ์ระยะยาว ปรับเว็บไซต์ให้เหมาะกับ Google หรือเพิ่มโอกาสในการสร้าง Organic Traffic อย่างยั่งยืน ทีมงาน Search Studio พร้อมช่วยให้คำแนะนำและดูแลการทำ SEO แบบครบวงจร ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเชิงลึก เพื่อให้เว็บไซต์ของคุณเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ไม่จำเป็นต้องรู้ทุกคำตั้งแต่เริ่มต้น แต่การเข้าใจคำศัพท์ SEO พื้นฐานจะช่วยให้เรียนรู้เทคนิค SEO ได้เร็วขึ้น และสื่อสารกับทีมงานหรือเอเจนซี่ได้ตรงจุดมากขึ้น
ควรเริ่มจากคำว่า Keyword, Backlink, On-Page SEO, Off-Page SEO และ Google Search Console เพราะเป็นพื้นฐานที่ใช้จริงมากที่สุด
คำศัพท์เองไม่ทำให้เว็บติดอันดับ แต่ความเข้าใจคำศัพท์จะช่วยให้คุณใช้เทคนิค SEO ได้ถูกต้อง และหลีกเลี่ยงการทำผิดหลักของ Google
แนะนำให้ติดตามอัปเดตอย่างน้อยทุก 6-12 เดือน เพราะ Google มีการปรับอัลกอริทึมและแนวทาง SEO อยู่เสมอ