เคยหรือไม่? อยากแชร์ลิงค์ในบทความ อยากนำลิงค์ข้อมูลต่าง ๆ ไปโพสต์ต่อในโซเชียลมีเดียอื่น ๆ แต่เจอปัญหาลิงค์ยาวจนเกินไปจนดูเหมือนสแปมน่าสงสัยไร้ความน่าเชื่อถือ อีกทั้งยังถูกจำกัดตัวอักษร มีปัญหาในการต่อยอดการตลาด ถ้าคุณกำลังพบกับปัญหาดังกล่าว วันนี้ก็หมดห่วงได้เลย เพราะเราได้รวบรวมตัวช่วยแปลง url ให้สั้นมาให้แล้วเรียบร้อย มาเริ่มทำความรู้จักกับ 5 เว็บย่อลิงค์สารพัดประโยชน์ทั้งแบบฟรีและเสียเงินประจำปี 2024 ไปพร้อม ๆ กัน
1. ตัดลิงค์ให้สั้นลงกับเว็บชื่อดังอย่าง “Bitly”
ตัวช่วยแปลง url ให้สั้นลงอย่าง Bitly ที่ใครก็คงเคยได้ยินชื่อยังคงติดโพลล์เว็บแปลงลิงค์ที่หลายคนเลือกใช้งาน วิธีการใช้งานง่าย ลิงค์ที่ออกมาคุ้นตามีความน่าเชื่อถือ เบื้องต้นสามารถสมัครเพื่อใช้งานได้ฟรี สามารถแปลงลิงค์ได้ 10 ลิงค์/เดือน กดลิงค์ที่แปลงได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง รวมถึงยังสามารถใช้งานฟีเจอร์แปลงลิงค์เป็น QR Code ได้ถึง 2 ครั้ง/เดือนด้วย
อย่างไรก็ตามหากคุณต้องการปรับเปลี่ยนชื่อ url ที่เว็บไซต์จัดทำขึ้นมาให้เป็นชื่อที่คุณตั้งเองหรือใช้งานฟีเจอร์พิเศษอื่น ๆ เช่น การตรวจสอบจำนวนคนที่คลิกหรือดูข้อมูลเชิงลึกด้านภูมิประเทศของคนที่เข้ามาคลิกลิงค์ดังกล่าว คุณจำเป็นที่จะต้องสมัครแพ็คเกจรายเดือนหรือรายปีเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยแปลง url ให้สั้นที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครอบคลุมมากสุดเว็บหนึ่งเลยทีเดียว
2. จัดการลิงก์แบบมือโปรในระดับองค์กรด้วย “BL.INK”
ถ้าคุณเริ่มขยับจากการใช้เว็บย่อลิงก์ทั่วไป ไปสู่การดูแลลิงก์ในระดับทีมมาร์เก็ตติ้งหรือองค์กร “BL.INK” เป็นแพลตฟอร์มที่ออกแบบมาสำหรับงานลักษณะนี้โดยเฉพาะ จุดเด่นคือไม่ได้มีแค่ลิงก์สั้นให้ใช้งาน แต่เน้นการบริหารจัดการลิงก์ทั้งหมดในที่เดียว ทั้งการสร้างลิงก์สั้น การใช้โดเมนของตัวเอง การสร้าง QR Code และการแก้ไขปลายทางของลิงก์ภายหลัง โดยไม่ทำให้ข้อมูลสถิติการคลิกหายไป เหมาะมากสำหรับแคมเปญที่ต้องใช้ลิงก์หรือ QR บนสื่อหลายรูปแบบ และอาจมีการเปลี่ยนหน้า Landing Page เป็นระยะ
BL.INK ยังมาพร้อมระบบ Analytics ที่ช่วยให้คุณดูข้อมูลการคลิกได้ละเอียดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเทศ เมือง อุปกรณ์ หรือช่องทางที่ผู้ใช้คลิกเข้ามา ทำให้ทีมมาร์เก็ตติ้งอ่านผลและปรับแคมเปญได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานหลายผู้ใช้ หลายทีม และการเชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่นผ่าน API จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการ “ยกระดับการจัดการลิงก์” ให้โปรขึ้นกว่าการใช้เว็บย่อลิงก์ทั่วไป และต้องการความเสถียรในระยะยาว
3. “Cutt.ly” ม้ามืดที่มาพร้อมฟีเจอร์เพื่อสายการตลาด
หากพูดถึงตัวช่วยแปลง url ให้สั้นที่มีประสิทธิภาพ น่าใช้งานแต่อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก Cutt.ly คือเว็บย่อลิงค์ที่มีประโยชน์มาก เพียงคุณสมัครเป็นสมาชิกก็สามารถใช้งานได้ฟรี แปลงลิงค์ได้ 30 ลิงค์/เดือน สามารถกดลิงค์ได้แบบไม่จำกัด ดู Link Analytics เบื้องต้นได้ย้อนหลังนาน 30 วัน โดยมีฟีเจอร์อย่าง UTM Generator ให้ใช้งานด้วย บอกเลยว่าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่อยากทำ Campaign ทางการตลาดกับลิงค์สั้นที่แปลงออกมา
และถ้าหากคุณขยับมาใช้งานแพ็กเกจรายเดือนหรือรายปี ก็จะสามารถใช้งานฟีเจอร์อื่น ๆ เพื่อปรับปรุงลิงค์และติดตามข้อมูลเชิงลึกได้แบบไม่มีกั๊ก ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนชื่อลิงค์ให้เป็นชื่อที่คุณต้องการ การใช้งาน API ต่าง ๆ เพื่อต่อยอดด้านการตลาดหรือการ Export ไฟล์รายงานเกี่ยวกับการคลิกลิงค์อย่างละเอียดออกมาเป็นไฟล์ .pdf ระบบของ Cutt.ly ก็สามารถทำออกมาได้เป็นอย่างดี
4. ทำแบรนด์ แปลงลิงค์ให้สั้นด้วย “Rebrandly”
หากคุณกำลังเริ่มทำแบรนด์และหาตัวช่วยแปลง url ให้สั้นที่มาพร้อมกับเครื่องมือที่ช่วยให้คุณทำการตลาดได้ง่ายยิ่งขึ้น Rebrandly เป็นอีกหนึ่งเว็บสำหรับแปลงลิงค์ที่ควรลองใช้งาน ตัวเว็บดูดี เป็นมิตร ใช้งานง่าย แพ็กเกจฟรีมีความคล้าย Bitly แต่พิเศษกว่าเพราะคุณสามารถใช้งานฟีเจอร์ตั้งชื่อโดเมนได้ทันทีและมีโควตา 10 Branded links/เดือน พร้อม 100 Clicks tracked/เดือน
Rebrandly ยังคว้าใจผู้ใช้งานเอาไว้ได้อยู่หมัดด้วยฟีเจอร์ที่ช่วยให้คุณเชื่อมต่อการทำงานกันภายในทีมได้สะดวกยิ่งขึ้น คุณสามารถรวมลิงค์เพื่อตรวจสอบ Workflow พร้อมทั้งการดู Report ด้านต่าง ๆ ได้อย่างละเอียด รวมถึงยังมีแพ็กเกจรายเดือนเริ่มต้นในราคาน่ารักประมาณ 330 บาทต่อเดือนเท่านั้น ถือว่าเหมาะสำหรับการเริ่มต้นทำแบรนด์อย่างยิ่ง
5. แปลง url ให้สั้น ตั้งโดเมนเองกับ “Short.io”
สำหรับใครที่มองหาตัวช่วยแปลง url ให้สั้นและสามารถตั้งโดเมนเองได้ตั้งแต่การใช้งานแบบฟรีต้องมาใช้บริการของ Short.io แบบด่วน ๆ ตอบโจทย์สายฟรีที่ต้องการความสวยงามของชื่อลิงค์ คุณสามารถสร้างได้ 1,000 Branded links และ 50,000 Tracked links อีกทั้งยังสามารถใช้งานได้แบบไร้ขีดจำกัดมากขึ้น ทั้งการตั้งค่าโดเมนและการเข้าถึงรายงานเชิงลึกด้านอื่น ๆ เมื่อสมัครแพ็กเกจประเภทต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ตัวเด็ดที่ทำให้คุณสามารถตั้งค่าปลายทางของลิงค์ที่ย่อให้ต่างกันได้เมื่อกดจากอุปกรณ์คนละชนิดกันให้คุณได้ใช้งานอีกด้วย
6. ย่อลิงก์และสร้าง QR Code ได้ในที่เดียวกับ “T2M”
ถ้าคุณต้องการมากกว่าการย่อลิงก์ธรรมดา “T2M” (t2mio.com) เป็นอีกเครื่องมือที่น่าสนใจ เพราะรวมทั้งการสร้างลิงก์สั้นและการสร้าง QR Code ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เหมาะกับธุรกิจที่ต้องใช้ลิงก์ทั้งบนออนไลน์และออฟไลน์ เช่น แคมเปญโซเชียล สื่อสิ่งพิมพ์ โบรชัวร์ หรือป้ายหน้าร้าน คุณสามารถสร้างลิงก์สั้นที่ดูเป็นมืออาชีพ จัดกลุ่มลิงก์ และจัดการได้ผ่านแดชบอร์ด โดยไม่จำเป็นต้องมีทักษะเทคนิคเป็นพิเศษ
จุดเด่นอีกอย่างคือระบบ Analytics ที่ช่วยให้คุณติดตามจำนวนคลิก แหล่งที่มา ประเทศ อุปกรณ์ และช่วงเวลาที่ลิงก์ถูกใช้งาน เหมาะสำหรับคนที่อยากวัดผลแคมเปญในภาพรวม รวมถึงรองรับการสร้าง QR Code ได้จำนวนมากในแพ็กเกจที่สูงขึ้น หากคุณมองหาเครื่องมือที่ตอบโจทย์ทั้ง “ลิงก์สั้น” และ “รหัส QR” ไปพร้อมกัน T2M ก็เป็นตัวเลือกที่ควรนำมาเปรียบเทียบในลิสต์ของคุณ
7. ไม่ต้อง Sign up “TinyURL” ก็ช่วยตัดลิงค์ให้สั้นลงได้
อยากแปลง url ให้สั้นโดยไม่ต้องสมัครสมาชิกเว็บไซต์ TinyURL ช่วยตัดลิงค์ให้สั้นลงให้คุณได้ ตอบโจทย์สายฟรีอย่างแท้จริง นอกจากเข้าเว็บและใช้งานได้ทันที ลิงค์ที่ได้ออกมาคุณยังสามารถเพิ่มชื่อโดเมนให้มีเอกลักษณ์และสามารถใช้งานได้แบบไม่มีวันหมดอายุ ความเรียบง่ายในการใช้งานทำให้ TinyURL เหมาะสำหรับการใช้งานส่วนบุคคลเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณต้องการแก้ไขปลายทางของลิงค์หลังจากแปลงลิงค์เสร็จเรียบร้อยแล้ว รวมถึงตรวจสอบ Analytics ด้านต่าง ๆ แบบเจาะลึกถึงอุปกรณ์ที่ใช้คลิกลิงค์และดูรายงานย้อนหลังอย่างละเอียด ก็สามารถเลือกแผนการใช้งานรายเดือนหรือรายปีได้เลย
ครบแล้วกับช่องทางที่จะช่วยให้คุณแปลง url ให้สั้นได้แบบง่าย ๆ และสามารถใช้งานได้จริง ซึ่งถ้าหากสังเกตจะเห็นได้ว่าแต่ละเว็บก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป คุณสามารถนำมาเปรียบเทียบและเลือกใช้ได้ตามต้องการ โดยทั้งหมดที่เรารวบรวมมานี้เป็นเว็บไซต์ที่สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย มีผู้ใช้งานทั่วโลก ทำให้คุณย่อลิงค์ได้สบาย ๆ ไม่ต้องกังวล อีกทั้งยังมีฟีเจอร์มากมายให้ลองเล่นและช่วยส่งเสริมให้คุณนำข้อมูลไปใช้ทำการตลาดต่อได้สะดวกกว่าเดิม รับรองว่าการแปลงลิงค์ผ่านเว็บไซต์ที่เราคัดสรรมานี้จะช่วยทำให้คุณดูมืออาชีพมากขึ้นอย่างแน่นอน
โดยทั่วไป “ตัวการย่อลิงก์” เองไม่ได้ทำให้เว็บคุณติดอันดับดีขึ้นแบบตรง ๆ แต่มีผล อ้อม ๆ ผ่านเรื่องประสบการณ์ผู้ใช้งานและการวัดผล เช่น
- ลิงก์สั้นและอ่านง่ายทำให้คนกล้าคลิกมากขึ้น → เพิ่ม CTR
- ถ้าคุณใช้ร่วมกับ UTM จะช่วยให้วัดผลแคมเปญได้ดีขึ้น ทำให้ปรับกลยุทธ์ SEO และคอนเทนต์ได้แม่นขึ้น
ถ้าคุณอยากโฟกัสเรื่อง SEO เต็มรูปแบบ เช่น โครงสร้างเว็บ คีย์เวิร์ด และคอนเทนต์ แนะนำให้ดูบริการทำ SEO รายเดือนของ Search Studio ควบคู่กันไปด้วย
ถ้าเพิ่งเริ่มต้น และอยากลองใช้เว็บย่อลิงก์แบบฟรีก่อน แนะนำให้ดูตามนี้:
- เลือกเว็บที่ สมัครง่าย ใช้งานผ่านหน้าเว็บได้เลย
- มีระบบ ดูสถิติยอดคลิกอย่างน้อยระดับเบื้องต้น
- ถ้าทำแบรนด์จริงจัง เลือกเจ้า ที่รองรับ โดเมนแบบแบรนด์ของตัวเอง (Custom Domain) ได้ในอนาคต
คุณอาจเริ่มจาก 1-2 ตัวที่แนะนำในบทความนี้ก่อน แล้วค่อยอัปเกรดเป็นเวอร์ชันจ่ายเงินหรือแพ็กเกจที่เหมาะกับธุรกิจเมื่อทีมใช้งานคล่องแล้ว
จุดแข็งของเว็บย่อลิงก์คือไม่ได้แค่ทำให้ลิงก์สั้นลง แต่ยังทำหน้าที่เป็นจุดเก็บสถิติด้วย เวลาใครคลิกแต่ละครั้ง ระบบก็มักจะเก็บข้อมูลให้ว่า มีคนคลิกทั้งหมดกี่ครั้ง มาจากประเทศหรือพื้นที่ไหน ใช้อุปกรณ์อะไร และบางที่ยังบอกได้ด้วยว่าคลิกมาจากช่องทางไหน ซึ่งถ้าคุณใส่ UTM ลงไปใน URL ก่อนย่อ ข้อมูลในฝั่ง Analytics เช่น Google Analytics ก็จะครบถ้วนขึ้นไปอีก ทำให้คุณเห็นภาพว่าลิงก์แต่ละอันช่วยพา Traffic และ Conversion เข้ามาได้มากน้อยแค่ไหน ทำให้ตัดสินใจปรับกลยุทธ์ได้จากข้อมูลจริง ไม่ใช่จากความรู้สึกอย่างเดียว
หลักการจำง่าย ๆ คือ ตั้ง UTM ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยนำ URL นั้นไปย่อ การย่อลิงก์เป็นแค่การสร้างทางลัดให้สั้นลง แต่ไม่ได้ไปลบหรือแก้ไขค่าที่อยู่ใน UTM พอผู้ใช้คลิกลิงก์สั้น ระบบจะพาไปยัง URL ปลายทางที่มี UTM ครบเหมือนเดิม Analytics ของคุณก็ยังอ่านค่าได้ตามปกติ ถ้าคุณย่อก่อน แล้วค่อยไปพยายามดัดแปลงทีหลัง อาจเกิดเคสลืมใส่ UTM หรือใส่ไม่ครบ ทำให้วัดผลแคมเปญได้ไม่เต็มที่ครับ